
สิงคโปร์ลดใช้เงินสด
สิงคโปร์เดินหน้าลดการใช้เงินสดและเช็ค ตั้งเป้าชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนทั่วประเทศภายในปีหน้า
สิงคโปร์เดินหน้าลดการใช้เงินสดและเช็ค ตั้งเป้าชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนทั่วประเทศภายในปีหน้า
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้าง ราวี เมนอน กรรมการผู้จัดการของธนาคารกลางสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) ว่า สิงคโปร์กำลังวางแผนลดการใช้เงินสดและเช็คในประเทศ ด้วยการผลักดันให้บรรดาธนาคารพาณิชย์หันไปใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
เอ็มเอเอส ระบุว่า แม้ว่าสิงคโปร์จะมีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนสูงมาก และมีระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่การใช้เงินสดและเช็คภายในประเทศกลับมีสัดส่วนสูงมาก โดยในปี 2014 การใช้เงินสดในสิงคโปร์คิดเป็น 8.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่จำนวนการเซ็นเช็คโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 12.7 ใบ/คน ซึ่งกระบวนการจัดเก็บเงินสดและเช็คทำให้สิงคโปร์สูญเงินไปประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์/ปี (ราว 5.1 หมื่นล้านบาท) โดยเอ็มเอเอสต้องการลดรายจ่ายจำนวนมากดังกล่าว
ในการเปลี่ยนสู่การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ เอ็มเอเอสและสมาคมธนาคารสิงคโปร์ได้ร่วมกันพัฒนาระบบการทำธุรกรรมออนไลน์ส่วนกลางผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งใช้หมายเลขโทรศัพท์หรือเลขบัตรประจำตัวประชาชนแทนการใช้เลขบัญชีธนาคาร โดยเอ็มเอเอสต้องการให้ธนาคารต่างๆ เปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่ดังกล่าวภายในปีหน้า
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการผลักดันให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพิ่มการจ้างงาน และเพิ่มบทบาทสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระดับภูมิภาค
รายงานระบุว่า สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความพร้อมใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกับฟินแลนด์ สวีเดน สหรัฐ และอังกฤษ โดยธนาคารซิตี้แบงก์กรุ๊ป เปิดเผยเมื่อเดือน มิ.ย. ว่า ในปัจจุบันสิงคโปร์มีบริการทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนเป็นจำนวนมาก ทั้งบริการแอปเปิ้ลเพย์จากบริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ และบริการการชำระเงินของบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์







