
เตือนเอเชียเจอลูกหลงศก.จีน
ชะลอเห็นผลครึ่งปีหลังจีนเริ่มแผ่ว ผลกระทบเอเชียยันแอฟริกา
โพสต์ทูเดย์
— เตือนเอเชียเจอลูกหลงหลังรัฐบาลปักกิ่งงัดแผนชะลอความร้อนแรง รัฐบาลจีนยันเศรษฐกิจใหญ่ไม่สำคัญ ต้องเดินหน้า “แก้จน”เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เอพี ออกรายงานกึ่งวิเคราะห์ระบุว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่เริ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังในปีนี้ อันเป็นผลจากมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลจีนได้นำออกมาใช้เพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจนั้นจะส่งผลกระทบต่อเนื่องและกินวงกว้างตั้งแต่เอเชีย ไปถึงออสเตรเลีย ตลอดจนแอฟริกาทีเดียว เนื่องจากความต้องการนำเข้าสินค้าประเภทต่างๆ ของจีนจะลดลงต่อเนื่อง
การเติบโตของเศรษฐกิจจีนเริ่มที่จะชะลอตัวลงในครึ่งปีหลังนี้ จะทำให้ความต้องการสินค้าประเภทต่างๆ ของจีนลดลงไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่จากสหรัฐ และยุโรป สินค้าประเภทอุปกรณ์โรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ จากเอเชีย ตลอดจนสินค้าประเภทวัตถุดิบเพื่อการก่อสร้างจากออสเตรเลียและแอฟริกา
นักวิเคราะห์มองว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนดังกล่าวถือว่ามีขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ดีนักสำหรับประเทศผู้ส่งออกต่างๆ ที่หวังพึ่งพาเศรษฐกิจจีน โดยที่ผ่านมา จีนได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของหลายประเทศในหลายภูมิภาค ดังเช่นออสเตรเลียที่ยังสามารถส่งออกวัตถุดิบเพื่อการก่อสร้างไปยังจีนได้อย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกก็ตาม อันเป็นผลมาจากที่จีนใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้เกิดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการในจีน
ทั้งนี้ จีนถือว่าเป็นผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่ของหลายประเทศในเอเชียและแอฟริกา โดยจีนได้เป็นผู้ซื้อสินค้าราว 28% ของสินค้าที่ส่งออกทั้งหมดของไต้หวัน 25% ของสินค้าส่งออกของเกาหลีใต้ และมากกว่า 20% ของสินค้าส่งออกของออสเตรเลีย และมากกว่าครึ่งหนึ่งของสินค้าส่งออกจากฮ่องกง ส่วนญี่ปุ่นนั้นก็พึ่งพาการส่งออกไปจีนอย่างมหาศาล โดยในเดือน เม.ย. ญี่ปุ่นส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นถึง 41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน ปฏิกิริยาจากจีนหลังจากที่จีนแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นเป็นเศรษฐกิจรายใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลกนั้น ปรากฏว่า ทางด้านเหยาจิ้น โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน แถลงว่า จีนยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่ โดยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวจีนและการแก้ปัญหาความยากจนของประชากรนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าขนาดของเศรษฐกิจ
เหยา กล่าวว่า ในขณะนี้จีนยังมีประชากรมากกว่า 40 ล้านคนทีเดียวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำกว่าเส้นแบ่งระดับความยากจน ซึ่งจีนจะต้องเร่งการพัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนไปด้วยกัน
“
เราควรจะให้ความสนใจไม่เพียงแต่กับตัวเลขจีดีพีเท่านั้น แต่ต้องใส่ใจในการกระจายรายได้ต่อหัวประชากรด้วย” เหยากล่าว






