
บุกธุรกิจเอี่ยวรัฐประหารตุรกี
ตุรกีบุก 44 บริษัท-คุมตัวผู้บริหารสอบสวนหนุนเงินรัฐประหาร ขณะที่ความสัมพันธ์ชาติตะวันตกเครียด
ตุรกีบุก 44 บริษัท-คุมตัวผู้บริหารสอบสวนหนุนเงินรัฐประหาร ขณะที่ความสัมพันธ์ชาติตะวันตกเครียด
สำนักข่าวอนาโตลู กระบอกเสียงของทางการตุรกี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีปฏิบัติการบุกค้นบริษัทในนครอิสตันบูล 44 แห่ง ในวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา และควบคุมตัวผู้บริหารธุรกิจ 120 ราย เพื่อสืบสวนหาความเกี่ยวโยงกับความพยายามรัฐประหารที่ล้มเหลวไปเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา
ทางการตุรกี ระบุว่า บริษัทที่ถูกตรวจค้นเหล่านี้อาจจะมีส่วนสนับสนุนทางการเงินต่อกลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนเฟตุลเลาะห์ กูเลน อดีตอิหม่ามที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐและถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อของบริษัทที่ถูกสอบสวน
ทั้งนี้ มีกระแสวิจารณ์แพร่หลายตั้งแต่การรัฐประหารล้มเหลวกรณี ประธานาธิบดี เรเซฟ เตยิป เออร์โดกัน ของตุรกี ได้ปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างหนัก โดยมีผู้ถูกควบคุมตัวในข้อหาเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารแล้วมากกว่า 3.5 หมื่นราย รวมทั้งได้ปลดพนักงานราชการหลายหมื่นตำแหน่ง
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีและชาติตะวันตกตึงเครียดขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังตุรกีเรียกร้องให้สหรัฐส่งตัวกูเลนให้ทางการ แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงความเกี่ยวข้อง
ล่าสุด สติมซัน เซ็นเตอร์ คลังสมองและนักวิชาการสหรัฐ ออกรายงานแสดงความกังวลพร้อมเรียกร้องให้สหรัฐถอนอาวุธนิวเคลียร์ที่อยู่ในฐานทัพอากาศอินเซอร์ลิค ในตุรกี ซึ่งถือเป็นศูนย์ยุทธศาสตร์ของสหรัฐในการทำสงครามกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรีย
กลุ่มนักวิชาการดังกล่าว ระบุว่า ขณะนี้ตุรกีอยู่ในภาวะวุ่นวายและคาดเดาสถานการณ์ได้ยาก รวมทั้งยังอยู่ใกล้ชิดกับเขตความขัดแย้งในซีเรียมากเกินไป ทำให้มีความเสี่ยงที่สหรัฐอาจจะเสียการควบคุมคลังอาวุธดังกล่าวได้ในอนาคตที่ไม่แน่นอนนี้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศที่ตึงเครียดขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ตุรกีได้ควบคุมตัวผู้บัญชาการฐานทัพดังกล่าวในข้อหาร่วมวางแผนก่อการรัฐประหาร รวมทั้งได้ระงับการเคลื่อนย้ายเครื่องบินรบบริเวณฐานทัพ หลังสั่งตัดไฟฟ้าและสาธารณูปโภคชั่วคราวไปก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ประเทศสหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะเยอรมนียังแสดงความกังวลถึงการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองและกระแสรื้อฟื้นโทษประหารในตุรกี อีกทั้งยังมีความขัดแย้งเรื่องข้อตกลง
ผู้อพยพ โดยล่าสุดผู้นำตุรกีเรียกร้องให้อียูเร่งอนุมัติวีซ่าสำหรับพลเมืองตุรกีให้เดินทางไปยุโรปได้เสรีมากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะยกเลิกข้อตกลงเรื่องผู้อพยพ







