
เวเนฯปรับค่าแรงขั้นต่ำ
เฉลี่ยรายได้ต่อหัว2.2แสนบาท แย้มอาจขึ้นอีกระลอก
เฉลี่ยรายได้ต่อหัว2.2แสนบาท แย้มอาจขึ้นอีกระลอก
โพสต์ทูเดย์ - รัฐบาลเวเนซุเอลาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งที่ 3 ของปี แตะ 2.27 แสนบาท ร้องโลกร่วมมือดันราคาน้ำมัน
ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 50% ถือเป็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งที่ 3 ของปีนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เพื่อแก้ปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่สูงถึง 181% ในปี 2015 และผลกระทบจากราคาน้ำมันถูก
ทั้งนี้ อัตราค่าแรงขั้นต่ำของเวเนซุเอลาจะปรับตัวขึ้นจาก 1.5 หมื่นโบลิวาร์ (ราว 5.24 หมื่นบาท) อยู่ที่ 2.25 หมื่นโบลิวาร์ (ราว 7.89 หมื่นบาท) โดยจะมีผลบังคับใช้กับแรงงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในกองทัพ และผู้รับเงินบำนาญ ซึ่งอาจมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกหากจำเป็น ขณะที่เงินช่วยเหลือด้านอาหารจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 หมื่นโบลิวาร์ (ราว 1.46 แสนบาท) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้รวมต่อคนอยู่ที่ 6.5 หมื่นโบลิวาร์ (ราว 2.27 แสนบาท)
“การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ถือว่าทำสถิติใหม่ โดยตลอดปีนี้รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้วกว่า 93% เพื่อคุ้มครองประชาชนที่ต้องการความคุ้มครองจากรัฐบาล” มาดูโร กล่าว พร้อมย้ำว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองประชาชนจากการโก่งราคาสินค้าในตลาดมืด เช่นเดียวกับการเข้าถึงการจ้างงาน สาธารณสุข และการศึกษา อีกทั้งยังช่วยให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อน้อยที่สุด
ขณะเดียวกัน มาดูโรยังเรียกร้องให้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) ผู้ผลิตนอกโอเปก และองค์กรต่างๆ ความร่วมมือดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ด้านผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล สะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ โดยปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คะแนนความนิยมในตัวผู้นำเวเนซุเอลาร่วงแตะระดับต่ำสุด ขณะที่สินค้าบริโภคขาดแคลนและมีราคาสูง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงเพื่อหาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาจะหดตัว 10% ในปีนี้ ถือเป็นการหดตัวครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 10 ปี และอัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวขึ้นแตะ 700%







