
ผลผลิตล้นฉุดราคาน้ำมันโลกทรุด
ราคาน้ำมันโลกหลุดกรอบ 40 เหรียญสหรัฐครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เหตุวิตกโอเปกผลิตสูงเป็นประวัติการณ์
ราคาน้ำมันโลกหลุดกรอบ 40 เหรียญสหรัฐครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เหตุวิตกโอเปกผลิตสูงเป็นประวัติการณ์
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ขยับขึ้นมาได้ที่ 40.44 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อช่วงเย็นวานนี้ตามเวลาในไทย หลังจากที่ลดลงไปแตะ 39.86 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค. หรือร่วงลงต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. เนื่องจากนักวิเคราะห์กังวลว่า ภาวะอุปทานล้นตลาดจะยิ่งกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงยิ่งขึ้น
ผลสำรวจจากรอยเตอร์สเมื่อวันที่ 29 ก.ค.เปิดเผยว่า ผลผลิตน้ำมันจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) ในเดือน ก.ค. มีแนวโน้มพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 33.41 ล้านบาร์เรล/วัน จากผลผลิตเดือน มิ.ย. ที่ 33.31 ล้านบาร์เรล/วัน เนื่องจากอิรักผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น และผลผลิตน้ำมันของซาอุดิอาระเบียซึ่งคาดว่าอยู่ที่ 10.50 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือน ก.ค. ขณะที่ไนจีเรียกลับมาเริ่มการส่งออกน้ำมันเพิ่มเติม หลังจากที่ชะงักไปเนื่องจากกลุ่มหัวรุนแรงโจมตีท่อส่งน้ำมัน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 1,407 แท่น ซึ่งปรับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบปี ขณะที่ข้อมูลในเดือน ก.ค. บ่งชี้ว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับตัวขึ้น 44 แท่น ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันโลกได้ร่วงลงไปแล้วราว 20% นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.
อย่างไรก็ดี ธนาคารโซซิเอเต้ เจเนราล เชื่อว่าราคาน้ำมันโลกจะไม่มีแนวโน้มกลับไปร่วงลงหนักอีกครั้ง เหมือนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งราคาร่วงลงต่ำสุดในรอบ 12 ปี ที่ราว 26-27 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ไมเคิล เซวีย์ นักวิเคราะห์จากธนาคารดอยช์แบงก์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากต้องใช้เวลานานกว่าที่ปริมาณน้ำมันล้นตลาดจะค่อยๆ ลดลง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส คาดว่าจะอยู่ที่ 49.50 เหรียญสหรัฐในไตรมาส 4 และปรับขึ้นเหนือ 50 เหรียญสหรัฐในปีหน้า
ด้านบริษัทวิจัยเศรษฐกิจบีเอ็มไอ เปิดเผยว่า อุปทานและความต้องการน้ำมันจะเริ่มปรับสู่ภาวะสมดุลในปี 2017 และ 2018 สอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กที่ระบุว่า ราคาน้ำมันโลกโดยเฉลี่ยจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2017
บลูมเบิร์ก เปิดเผยผลการสำรวจว่า สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐมีแนวโน้มลดลง 1.75 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ปรับตัวขึ้นแตะ 521.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 ก.ค. จนเพิ่มขึ้นมา 100 ล้านบาร์เรลจากปริมาณโดยเฉลี่ยในช่วง 5 ปี
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลคูเวตประกาศขึ้นราคาน้ำมันที่จำหน่ายภายประเทศในวันที่ 2 ส.ค. เพื่อชดเชยรายได้จากการส่งออกน้ำมันที่ลดลงและลดการให้เงินอุดหนุนด้านน้ำมัน โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลจะขึ้นราคาน้ำมันที่มีค่าออกเทนต่ำสุด 42% โดยมีผลนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2016
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่าน วางแผนประกาศการทำข้อตกลงลงทุนในด้านพลังงานแบบใหม่ในวันที่ 3 ส.ค. เพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ โดยอิหร่านคาดว่าบริษัทต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันราว 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 1.73 ล้านล้านบาท)







