
ธุรกิจญี่ปุ่นในไทยกระเตื้องหลังศก.ไทยฟื้น
ผลสำรวจหอการค้าญี่ปุ่น ดัชนีความเชื่อมั่นบวกครั้งแรกรอบ 3 ปี ธุรกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัว หลังเศรษฐกิจไทยกระเตื้อง-รัฐออกมาตรการกระตุ้น
ผลสำรวจหอการค้าญี่ปุ่น ดัชนีความเชื่อมั่นบวกครั้งแรกรอบ 3 ปี ธุรกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัว หลังเศรษฐกิจไทยกระเตื้อง-รัฐออกมาตรการกระตุ้น
นายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ในฐานะประธานวิจัยคณะวิจัยเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) เปิดเผยถึง ผลการสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ กับบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ประจำครึ่งปีแรก พ.ศ. 2559 พบว่า ความความรู้สึกต่อสภาพธุรกิจในประเทศไทย ช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวดีขึ้น อยู่ที่ 7 เป็นบวกครั้งแรกรอบ 3 ปี นับจากปี 2556 มาจากมาตรฐานกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การดำเนินการโครงการลงทุนรัฐ ตลาดรถยนต์เริ่มมียอดฟื้นตัว ซึ่งการบริโภคในประเทศผ่านจุดไปแล้ว และกำลังกลับมาฟื้นตัวเช่นกัน ส่วนครึ่งปีหลังดัชนีคาดการแนวโน้มเศรษฐกิจอยู่ที่ 17
ทั้งนี้ ผลการสำรวจสภาพธุรกิจในครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.2559) บริษัทที่ตอบว่า ธุรกิจกำลังปรับตัวดีขึ้น เท่า 35% เพิ่มขึ้น 5 หน่วย จากการสำรวจครั้งก่อน ส่วนบริษัทที่ตอบว่า ธุรกิจกำลังปรับตัวแย่ลง เท่ากับ 28% ลดลง 6 หน่วย โดยอุตสาหกรรมที่ปรับตัวในทิศทางดีขึ้นจะเป็น อาหาร และเคมี รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่การผลิตเพิ่มขึ้นทั้งหมด ส่วนที่ลดลงเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอ
สำหรับผลสำรวจครึ่งปีหลัง (ก.ค.-ธค.2559) พบว่า บริษัทที่ตอบว่าธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้น 35% ไม่เปลี่ยนแปลงจากระยะก่อนหน้า ส่วนบริษัทที่ตอบว่าธุรกิจ แย่ลง เท่ากับ 18% ลดลง 10 หน่วยจากระยะก่อนหน้า โดย แนวโน้มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะดีขึ้น จะเป็นทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้การผลิต อุตสาหกรรมเครื่องจักรทั่วไป เครื่องจักรที่ใช้ในการขนส่ง ส่วนอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะแย่ลง จะเป็นอุตสาหกรรมเหล็กและอโลหะ
ผลการสำรวจการลงทุนโรงงานและเครื่องจักร มีบริษัทที่ตอบว่าจะลงทุนเพิ่ม 33% บริษัทลงทุนคงที่ 27% และบริษัทที่ตอบว่าลงทุนลดลง 35% ส่วนการส่งออก คาดว่า แนวโน้มการส่งออกในครึ่งปีหลัง จะเพิ่มขึ้น 35% บริษัทที่ตอบว่า แนวโน้มส่งออกคงที่ 50% และ 15% บอกว่าส่งออก ลดลง
นายมิทสึมะตะ กล่าวต่อว่า ผลการสำรวจข้อเรียกร้องที่มีต่อรัฐบาลไทย บริษัทส่วนใหญ่จะตอบเรื่อง การมีมาตรการส่งเสริมการกระตุ้นทางเศรษฐกิจ ที่ต้องการให้ดำเนินการต่อเนื่อง รวมถึงอยากให้รัฐบาล ลงทุนโครงการขนาดใหญ่ตามแผนที่ประกาศไว้ 57% ต่อมา การรักษาเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมือง 56% การพัฒนาระบบภาษีศุลกากร 43% ส่วนความคาดหวังจากมาตรการของคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ บริษัทส่วนใหญ่ตอบว่า เป็นเรื่องการแก้ไขกฎหมายภาษีศุลกากร มากสุด รองลงมา การปรับปรุงขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง และนโยบายให้ความช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี
ขณะที่ความสนใจต่อสิทธิประโยชน์ภายใต้นโยบายและมาตรการส่งเสริมลงทุนของ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) บริษัทส่วนใหญ่ตอบว่า สนใจ 45% ยังไม่มีแผนลงทุน 25% และไม่สนใจ 14% ส่วนมาตรการส่งเสริมลงทุนที่สนใจมากสุด มาตรการส่งเสริมลงทุนใหม่ 50% รองลงมา การจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ 18% และการจัดตั้งบริษัทการค้าระหว่างประเทศ 13% ส่วนแรงงานที่ขาดแคลน ส่วนใหญ่จะเป็น วิศวกร มากสุด 52% รองลงมา ผู้จัดการสำนักงาน 31% และเสมียนงานที่ต้องการใช้ทักษะภาษาญี่ปุ่น 23%







