
รัสเซียสั่งงดขายข้าวสาลีตลาดระส่ำ
โพสต์ทูเดย์
— คลื่นความร้อนยังเผารัสเซียไม่เลิก ล่าสุดต้องสั่งห้ามส่งออกข้าวสาลีถึงปลายปี หลังพื้นที่เพาะปลูกถูกภัยแล้งทำลายหนักคำสั่งห้ามส่งออกข้าวสาลีจากรัสเซียโดยนายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ระหว่างที่รัฐบาลรัสเซียพยายามรักษาอาหารจำเป็นไม่ให้พุ่งสูงขึ้น ภายหลังจากพื้นที่เพาะปลูกมหาศาลถูกคลื่นความร้อนและภัยแล้งทำลายเสียหายมหาศาล
สำหรับคำสั่งห้ามส่งออกข้าวสาลีจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.ปีนี้ และอาจขยายเวลาห้ามการส่งออกต่อไปอีกหากผลผลิตภายในประเทศยังคงย่ำแย่ คาดว่าผลผลิตข้าวสาลีในปีนี้อาจตกต่ำลงมาอยู่ที่เพียง 6065 ล้านตันเท่านั้น จากที่เคยสูงถึง 97 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้ คำสั่งห้ามส่งออกข้าวสาลีครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลต่อราคาข้าวสาลีในตลาดโลกอย่างรุนแรง เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้จะช่วยลดความกังวลของรัฐบาลรัสเซียที่เกรงว่าภาวะราคาข้าวสาลีถีบตัวสูงขึ้นอาจกระตุ้นให้เกิดจลาจลภายในประเทศ
รัสเซียส่งออกข้าวสาลีเป็นจำนวนถึง 21.4 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงรั้งอันดับ 3 ของโลกเท่านั้น แต่ยังมีส่วนแบ่งตลาดข้าวสาลีเพิ่มขึ้น และยังตั้งเป้าที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเติมในปีนี้ ทว่าแผนการดังกล่าวจะต้องพับไปเนื่องจากประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเผชิญกับอัคคีภัยลุกลามในหลายพื้นที่ของประเทศ







