posttoday
ฮิตเลอร์ฝังพิษ ปมขัดแย้งเชื้อชาติ

ฮิตเลอร์ฝังพิษ ปมขัดแย้งเชื้อชาติ

24 กรกฎาคม 2559

ความขัดแย้งทางเชื้อชาติและสีผิวยังคงเป็นเหมือนสนิมที่กัดกร่อนสังคมมนุษย์มาตลอดระยะเวลากว่า 91 ปีที่ผ่านมา

โดย...ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

ความขัดแย้งทางเชื้อชาติและสีผิวยังคงเป็นเหมือนสนิมที่กัดกร่อนสังคมมนุษย์มาตลอดระยะเวลากว่า 91 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ชายผู้คลั่งเชื้อสายชาวอารยัน ตีพิมพ์ ไมน์คัมพฟ์ (Mein Kampf) หรือการต่อสู้ของข้าพเจ้า หนังสือที่ฮิตเลอร์ลงมือเขียนด้วยตัวเอง บอกเล่าเรื่องราวอัตชีวประวัติของตัวเอง และเผยแพร่อุดมการณ์เชื้อสายอารยันบริสุทธิ์ แนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์ และเหตุผลที่ต้องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว

แม้ตัวจะตาย แต่อุดมการณ์ของฮิตเลอร์ยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากแนวคิดอารยันบริสุทธิ์และต่อต้านชาวยิว เป็นความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ สีผิว และศาสนา ที่เกิดขึ้นในทุกสังคม

ยกตัวอย่างเช่นความขัดแย้งทางเชื้อชาติและสีผิวที่เกิดขึ้นในสหรัฐ โดยปมขัดแย้งทางผิวสีเริ่มปะทุขึ้นเมื่อตำรวจผิวขาว 2 นายยิง อัลตัน สเตอร์ลิง ชายผิวสีจนเสียชีวิต ที่เมืองบาตัน รูจ รัฐหลุยเซียนา ตามมาด้วยเหตุการณ์ตำรวจผิวขาวยิง ฟิแลนโด คาสติล ชายผิวสีที่เสียชีวิตภายในรถยนต์ ที่เมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา ประกอบกับการพบศพชายผิวสีแขวนคออยู่ใต้ต้นไม้ที่สวนสาธารณะเพียด์มอนต์ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มคู คลักซ์ แคลน (เคเคเค) กลุ่มคนต่อต้านสีผิว

จากความขัดแย้งดังกล่าว นำไปสู่การเดินขบวนประท้วง #BlackLivesMatter ต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อชาวผิวสีในหลายเมืองทั่วสหรัฐ โดยเฉพาะในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ที่เกิดเหตุสลดขึ้นอีกครั้งระหว่างการเดินขบวนประท้วง หลังมีมือปืนสไนเปอร์ดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 5 นาย ตามมาด้วยเหตุชายผิวสีกราดยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองบาตัน รูจ เสียชีวิต 3 นาย โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเดือน ก.ค. เพียงเดือนเดียว

เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งทางผิวสีที่เกิดขึ้น ส่งผลให้สังคมสหรัฐแตกแยกมากที่สุดในรอบ 25 ปี โดยผลสำรวจของสำนักข่าวเอบีซี พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่า นับวันปัญหาทางผิวสียิ่งย่ำแย่ลง แตกต่างจากช่วงสัปดาห์แรกที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐเข้ารับตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่มองว่า ชาวผิวสีมักได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างไปจากชาวผิวขาว

หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน เปิดเผยว่า ชายผิวสีมีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารมากกว่าชาวผิวขาวถึง 9 เท่า สอดคล้องกับข้อมูลของหน่วยงาน แมพพิ่ง โปลิส ไวโอเลนซ์ พบว่า พลเมืองผิวสีมีแนวโน้มที่จะถูกตำรวจสังหารมากกว่าชาวผิวขาวถึง 3 เท่า โดยในปี 2015 มีชาวผิวสีถูกตำรวจสังหารกว่า 346 คน และ 30% ของผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ

ยิ่งไปกว่านั้น ชาวผิวสีมีรายได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้เฉลี่ยพลเมืองสหรัฐ อัตราการตายของทารกผิวสีแรกเกิดสูงกว่าทารกผิวขาวถึง 2 เท่า ความมั่งคั่งของครอบครัวผิวสีน้อยกว่าความมั่งคั่งเฉลี่ยของครอบครัวผิวขาวถึง 13 เท่า และ 38% ของนักโทษในเรือนจำเป็นชาวผิวสี

จอห์น ลูอิส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐจอร์เจีย และแกนนำคนสำคัญในการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งให้กับชาวผิวสีเมื่อปี 1965 ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ความขัดแย้งทางผิวสีในสังคมสหรัฐยังคงเกิดขึ้นและหมุนเวียนเป็นวัฏจักร คือการหมกมุ่นกับปมขัดแย้งและการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่อเมริกันชนยังคงยึดถือ

ความไม่เท่าเทียมดังกล่าว นำไปสู่การเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมของชาวผิวสี จนเกิดเหตุนองเลือด เหมือนที่เคยเกิดเหตุการณ์เรดซัมเมอร์ปี 1919 เหตุนองเลือดจากความขัดแย้งทางสีผิวใน 36 เมืองทั่วสหรัฐ คาดมีชาวผิวสีสังเวยชีวิตให้กับเหตุดังกล่าวราว 100-240 คน โดยเฉพาะในชิคาโกและวอชิงตัน ดี.ซี.

แม้สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสหรัฐจะเผชิญกับความขัดแย้งด้านผิวสีหลายครั้ง แต่บทเรียนจากอดีตกลับไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างถาวร กลับกันปัญหาดังกล่าวยิ่งรุนแรงขึ้นและนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์