
กรีนแพค มาร์เก็ตติ้ง เจาะตลาดสเปรย์บุกCLMV
ตลาดเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)ที่กำลังเนื้อหอมและเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ตลาดเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)ที่กำลังเนื้อหอมและเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นโอกาสให้หลายๆ ธุรกิจสินค้าบริการจากต่างชาติทั่วโลก รวมถึงไทย สนใจเข้าไปปักธงเพื่อชิงพื้นที่ขายแต่เนิ่นๆ ณัฐวุฒิ ชัยอารีย์กิจ ผู้บริหาร บริษัท กรีนแพค มาร์เก็ตติ้ง กล่าวถึงธุรกิจที่ดำเนินการมาร่วมกว่า 30 ปี ด้านอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ กระบวนการผลิตอัดฉีดบรรจุแก๊ส สเปรย์สำหรับเบาะ ล้อ รถยนต์ กระทั่งมาในรุ่น 2 ของณัฐวุฒิ ที่มองเห็นว่าทั้งจากความชำนาญ และ ฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ในตลาดสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจใหม่ ในกลุ่มแอร์แคร์ ผลิตภัณฑ์สเปรย์ปรับอากาศภายในรถยนต์ที่อยู่อาศัยได้ พร้อมแตกบริษัท กรีนแพคฯ ขึ้นมาดูแลตลาดดังกล่าวโดยเฉพาะ
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังขยายไปยังสินค้าส่วนบุคคล (เพอร์ซันนัลแคร์) ประเภทต่างๆ อาทิ สเปรย์ลดเซลลูไลต์ สเปรย์สำหรับร่างกาย ฯลฯ แต่ยังไม่มีในส่วนของกลุ่มอาหารและยา โดยอาศัยความชำนาญด้านการผลิตและอัดบรรจุก๊าซในบรรจุภัณฑ์กระป๋องภายใต้กิจการครอบครัว ซึ่งมีโรงงานอยู่ในย่านลำลูกกาที่วางสายการผลิตหลัก ด้านอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เพอร์ซันนัลแคร์ และแอร์แคร์ ในปัจจุบัน
ณัฐวุฒิ เล่าถึงการเข้ามาดูแลกิจการต่อจากครอบครัว ซึ่งสำคัญที่จะต้องนำเข้ามาใช้คือ การวางมาตรฐานการผลิตสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะในระบบไอเอสโอ 9001 เวอร์ชั่น 2015 ล่าสุด ด้วยมองว่าจะเป็นใบเบิกทางสำคัญต่อการขยายการทำตลาดต่างประเทศให้กับสินค้า ซึ่งรวมถึงตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มกัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมา (ซีแอลเอ็มวี) กำลังมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภครอบด้าน
“ปัจจุบันตลาดรถยนต์ในประเทศเพื่อนบ้านขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธุรกิจบริการสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์แอร์แคร์ ทั้งในรถยนต์ และที่อยู่อาศัย” ณัฐวุฒิ เล่าถึงโอกาสทางธุรกิจ
ขณะที่แนวทางการทำธุรกิจของบริษัท ในปัจจุบันจะมีทั้งรูปแบบการให้บริการ (เซอร์วิส) และ ผลิตภัณฑ์ (โปรดักต์) โดยผลิตขึ้นตามความต้องการของลูกค้าต่างๆ ซึ่งมีทั้งระบุคุณสมบัติ (สเปก) ผลิตภัณฑ์ เพื่อจ้างผลิต หรือการใช้สูตรน้ำยาของบริษัทที่พัฒนาขึ้น เพื่อนำไปบรรจุต่อในบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) ลูกค้า เป็นต้น ภายใต้เทคโนโลยีแอโรโซลที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย
โดยปัจจุบันบริษัทแบ่งสัดส่วนการรับจ้างผลิตภายนอก (โออีเอ็ม) 50% และทำตลาดผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตัวเอง (โอนแบรนด์) ยี่ห้อมิกซ์ (Mixz) อีก 50% เพื่อขยายการทำตลาดในช่องทางค้าปลีก ผ่านห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ต่างๆ ที่นอกจากจะสร้างยอดขายเพิ่มในประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสการเข้าตลาดเพื่อนบ้านด้วย
ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าไปยังประเทศเมียนมาและกัมพูชาตั้งแต่ 2 ปีก่อน ด้วยมองเห็นช่องว่างทางธุรกิจที่ยังมีอยู่อีกมากในตลาดดังกล่าว โดยเฉพาะการตอบรับจากสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมสูงในสองประเทศนี้ และตอบรับสินค้าแอร์แคร์จากบริษัทเป็นอย่างดี โดยใช้คุณภาพสินค้าควบคู่กับราคาดี เป็นเทคนิคมัดใจกลุ่มลูกค้าเมียนมาและกัมพูชา
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนเข้าตลาดใน สปป.ลาว คาดมีความชัดเจนในปีนี้ ผ่านตัวแทนการทำตลาด (ดิสตริบิวเตอร์) ในประเทศดังกล่าว ด้วยมองว่าการเข้าตลาดแต่ละประเทศ จะค่อนข้างมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งการใช้ตัวแทนขายที่เป็นคนท้องถิ่นจะมีความชำนาญในพื้นที่และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้ถ่องแท้กว่า ขณะเดียวกันก็จะนำรูปแบบการทำตลาดจากไทยเข้าไปถ่ายทอดพร้อมปรับใช้ตามความเหมาะสม
พร้อมระบุต่อถึงการหาพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นที่เหมาะสมนั้น การจับคู่ทางธุรกิจ (บิซิเนส แมตชิ่ง) ค่อนข้างมีส่วนสำคัญ ซึ่งแต่ละการออกงานแสดงสินค้า (เอ็กซิบิชั่น) ในที่ต่างๆ ก็จะได้เจอคู่ค้าที่แตกต่างกันออกไป อย่างหากเป็นการเข้าร่วมโปรแกรม Yen-D จะค่อนข้างเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว เป็นการเชื่อมคอนเนกชั่นระหว่างคู่ค้าธุรกิจชาติต่างๆ ที่นำมาต่อยอดได้ในอนาคต เป็นต้น
ณัฐวุฒิ เสริมว่าจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นโอกาสสำคัญสำหรับเจ้าของสินค้าเกือบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนใหม่ซีแอลเอ็มวี ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงและรวดเร็ว ขณะเดียวกันตลาดนี้ก็จะไม่รอใครเช่นกัน ซึ่งหากใครสามารถเข้าไปชิงพื้นที่ในตลาดก่อนย่อมได้เปรียบกว่า ด้วยตลาดใหม่ดังกล่าวมีการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน
ขณะที่ในส่วนของบริษัทมีกำลังการผลิตเต็มที่ราว 2 แสนกระป๋อง/วัน ปัจจุบันเดินสายการผลิตประมาณ 60-70% โดยในปี 2559 วางเป้าหมายการเติบโตธุรกิจเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 15-20% โดยรวมตลาดใหม่จากประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งจะเข้ามาช่วยชดเชยจากตลาดในประเทศที่อยู่ในภาวะทรงตัว
ธุรกิจผลิตภัณฑ์สเปรย์ภายใต้ฐานการผลิตในไทย ที่นำเทคโนโลยีและความชำนาญการผลิตเฉพาะ เป็นจุดเด่นเข้าตลาดเพื่อนบ้าน ที่อาศัยความไวกว่าเป็นข้อได้เปรียบ







