
ชี้เป้า8ประเทศน่าลงทุน
“บีโอไอ” เตรียมจัดสัมมนาเสนอผลศึกษาการลงทุนใน 8 ประเทศอาเซียน
“บีโอไอ” เตรียมจัดสัมมนาเสนอผลศึกษาการลงทุนใน 8 ประเทศอาเซียน ดึงผู้แทนหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ตรงร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกครอบคลุมทุกด้านเรื่องการลงทุน
น.ส.ชลลดา อารีรัชชกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ส.ค. 2559 บีโอไอจะจัดงานสัมมนา “ไทยแลนด์ โอเวอร์ซีส์ อินเวสเมนต์ ฟอรั่ม 2016” เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและผลการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพื้นที่และอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพใน 8 ประเทศเป้าหมายของการส่งเสริมให้นักลงทุนไทยไปลงทุน ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ ภายในงานยังจะเชิญนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลงานของบีโอไอ เป็นประธานเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตธุรกิจไทยกับการลงทุนในอาเซียน” พร้อมตัวแทนหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนจากทั้ง 8 ประเทศ ร่วมเป็นวิทยากร ให้ความรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้องด้านการลงทุนครอบคลุมทุกด้าน
สำหรับกิจกรรมในงานจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากนักลงทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆ จนประสบความสำเร็จ เพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การลงทุนจริง เช่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร บริษัท ปตท. นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพ ร่วมบรรยายพิเศษถึงระบบการเงินในแต่ละประเทศที่ได้เข้าไปลงทุน
ขณะเดียวกัน ยังเตรียมเปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านการลงทุนแก่นักลงทุนไทยโดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของประเทศต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศจาก บริษัท อีวาย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของบีโอไอในต่างประเทศ รวมถึงการจัดนิทรรศการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน และนิทรรศการเกี่ยวกับข้อมูลด้านการเงินการลงทุน โดยธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ไทย และธนาคารกรุงไทย ที่จะช่วยให้รายละเอียดข้อมูลการทำธุรกรรมต่างๆ
“งานสัมมนานี้จะให้ข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศ นอกเหนือจากได้รับทราบผลศึกษาของบีโอไอแล้ว ยังได้รับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงจากผู้แทนแต่ละประเทศด้านการลงทุนที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุดก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุนในแต่ละประเทศต่อไป” น.ส.ชลลดา กล่าว







