posttoday
ปธ.เจโทรคนใหม่พร้อมสานต่อนโยบายความร่วมมือการค้าการลงทุนไทยญี่ปุ่น

ปธ.เจโทรคนใหม่พร้อมสานต่อนโยบายความร่วมมือการค้าการลงทุนไทยญี่ปุ่น

12 กรกฎาคม 2559

ประธานเจโทรคนใหม่ สานต่อนโยบายความร่วมมือการค้า การลงทุนไทยญี่ปุ่น เชื่อมโยงประเทศในอาเซียน มุ่งหวังร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเติบโต

ประธานเจโทรคนใหม่ สานต่อนโยบายความร่วมมือการค้า การลงทุนไทยญี่ปุ่น เชื่อมโยงประเทศในอาเซียน มุ่งหวังร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเติบโต

นายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานเจโทร สำนักงานกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ได้รับการแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งประธานสำนักงานกรุงเทพฯคนใหม่ สำหรับประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเดือน ก.ค.2559 อย่างเป็นทางการ โดยจะมุ่งยังสานต่อภารกิจหลักในการกระชับความร่วมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมุ่งมั่นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

นายมิทสึมะตะ กล่าวต่อว่า ความเชื่อมโยง (Connectivity) กับประเทศเพื่อนบ้าน หรือระดับภูมิภาค ในอาเซียน ได้ทวีความสำคัญต่อการขยายหุ้นส่วนการค้าและการลงทุนร่วมกันมากขึ้น โดย เจโทร กรุงเทพฯ มีความยินดีที่จะร่วมมือกับประเทศไทยกับบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรุ่งเรืองและเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้นายมิทสึมะตะ ได้เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก นาย มาซายะสุ โฮซูมิ ประธานเจโทร คนก่อนหน้านี้ซึ่งจะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนที่จะมารับตำแหน่งประธาน เจโทร สำนักงานกรุงเทพฯ ในช่วงเดือนก.ค. 2557 นายมิทสึมะตะดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม สำนักวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม นโยบายเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (มิติ) นอกจากการทำงานที่เมติ ยังได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการซึ่งรับผิดชอบงานวิจัยนโยบายการค้าและพลังงานที่ เจโทร สำนักงานนิวยอร์ก ตั้งแต่ เดือนพ.ค. 2549 - เดือน มิ.ย.2552

สำหรับประวัติการทำงานของ นายมิทสึมะตะเริ่มทำงานที่ กระทรวง มิติ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2530 ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่เมติ นายมิทสึมะตะได้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆทางด้านนโยบายเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ไอที พลังงานและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมเอสเอ็มอี และทรัพย์สินทางปัญญา

รายงานข่าวระบุว่า องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร ประเทศญี่ปุ่น) ได้ผลสำรวจของบริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานทำธุรกิจอยู่ทั่วโลก ในช่วงเดือน พ.ย.2559-มี.ค.2559 พบว่า ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นได้ตอบแบบสำรวจจำนวน 3,005 องค์กร และในจำนวนดังกล่าวเป็นธุรกิจ เอสเอ็มอี ประมาณ 2,367 องค์กร โดยผลการสำรวจพบว่า นักธุรกิจญี่ปุ่นสนใจขยายการลงทุนในประเทศจีนเป็นอันดับหนึ่ง และสนใจลงทุนในประเทศไทย เป็นอันดับสอง ซึ่งประเทศไทย ได้อยู่ในอันดับสอง ติดต่อกันต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554 และเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์