
แบงก์ยูเออี รวมร่างปรับทัพ รับมือน้ำมันถูก
ธนาคารยักษ์ใหญ่ยูเออีควบรวมกิจการ สู้ศึกน้ำมันถูก-เสริมศักยภาพแข่งขันขยายกิจการนอกประเทศ
ธนาคารยักษ์ใหญ่ยูเออีควบรวมกิจการ สู้ศึกน้ำมันถูก-เสริมศักยภาพแข่งขันขยายกิจการนอกประเทศ
ธนาคารเนชั่นแนล แบงก์ ออฟ อาบูดาบี ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในด้านสินเชื่อ ประกาศควบรวมกิจการธนาคารคู่แข่งเฟิสต์ กัลฟ์ แบงก์ ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในด้านสินทรัพย์ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับธนาคารอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยสินทรัพย์ของธนาคารทั้งสองแห่งรวมกันมีมูลค่ามากถึง 1.75 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันถูก
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า หลังการควบรวมกิจการ เฟิสต์ กัลฟ์ แบงก์ จะดำเนินกิจการภายใต้ชื่อของเนชั่นแนล แบงก์ ออฟ อาบูดาบี และชื่อของเฟิสต์ กัลฟ์ จะถูกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ แม้เฟิสต์ กัลฟ์ ยังคงถือหุ้นอยู่ 52% โดยจะผสานคณะผู้บริหารทั้งสองแห่งเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ราวปีละ 500 ล้านเดอร์แฮม (ราว 4,700 ล้านบาท)
บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า การควบรวมกิจการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับธนาคารอื่นในภูมิภาค เช่น กาตาร์ เนชั่นแนล แบงก์ และเพื่อขยายกิจการออกไปต่างประเทศ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมากกว่า 50% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เอกชนที่เกี่ยวข้องมี
รายได้ลดลงและรัฐบาลปรับลดรายจ่าย
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวดับเบิ้ลยูเอเอ็ม รายงานว่า รัฐบาลเล็งยุบรวมกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติทั้งสองแห่ง ได้แก่ อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม อินเวสต์เมนต์ และมูบาดาลา ดีเวลลอปเมนต์ คอมพานี พีเจเอสซี มูลค่ารวมกว่า 1.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.75 ล้านล้านบาท) เพื่อแก้ปัญหารายได้ที่ลดลงจากราคาน้ำมันถูก







