อีซีบีเล็งผ่อนกฎซื้อบอนด์
แหล่งข่าวระบุธนาคารกลางยุโรปถกเปลี่ยนกฎมาตรการซื้อสินทรัพย์ หวั่นพันธบัตรไม่เพียงพอ ด้านเอสแอนด์พี ลดเครดิตอียู
แหล่งข่าวระบุธนาคารกลางยุโรปถกเปลี่ยนกฎมาตรการซื้อสินทรัพย์ หวั่นพันธบัตรไม่เพียงพอ ด้านเอสแอนด์พี ลดเครดิตอียู
บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะพิจารณาผ่อนคลายกฎการซื้อตราสารหนี้ ภายใต้มาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีตราสารหนี้จำนวนมากเพียงพอต่อความต้องการเข้าซื้อ หลังจากที่การลงประชามติของสหราชอาณาจักรส่งผลให้มีความต้องการซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ บรรดาผู้กำหนดนโยบายต่างกังวลว่าปริมาณพันธบัตรในปัจจุบันจะไม่เพียงพอต่อการเข้าซื้อภายใต้มาตรการคิวอี หลังจากที่การออกจากอียูของสหราชอาณาจักร หรือเบร็กซิต ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีความเสี่ยงต่ำ จนฉุดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเหล่านี้ปรับตัวลงจนทุบสถิติต่ำสุดกันไปแล้ว
รายงานระบุว่า ผู้บริหารบางรายเสนอให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์จากปริมาณที่สัมพันธ์กับขนาดเศรษฐกิจ ที่แต่เดิมทำให้ตลาดเข้าซื้อพันธบัตรในเยอรมนีได้มากที่สุด ไปเป็นการพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าไปซื้อพันธบัตรในประเทศอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น เช่น พันธบัตรอิตาลี แต่ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นประเทศที่ก่อหนี้มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า ปัจจุบันมาตรการคิวอีจำกัดการเข้าซื้อพันธบัตรที่ต้องให้อัตราผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากของอีซีบีที่ลบ 0.4% และให้ธนาคารกลางแต่ละประเทศซื้อได้ไม่เกิน 33%ต่อผู้ขาย 1 ราย ซึ่งธนาคารราโบแบงก์ คาดการณ์ว่า ภายใต้เงื่อนไขนี้จะทำให้มีพันธบัตรเยอรมันถึงราว 4.16 แสนล้านยูโร (ราว 16.2 ล้านล้านบาท) ไม่อยู่ในข่ายที่จะซื้อได้
อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับอีซีบีว่า ยังไม่มีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงระเบียบกฎเกณฑ์ดังกล่าวในขณะนี้
ในวันเดียวกัน บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (เอสแอนด์พี) ได้ลดอันดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปลงจาก AA+ เป็น AA แต่ปรับเพิ่มมุมมองจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ ซึ่งนับเป็นหน่วยงานแห่งแรกที่ปรับลดเครดิตของอียูลง หลังจากกรณีเบร็กซิต ขณะที่มูดี้ส์ยังคงเครดิตของอียูไว้ในการประเมินสัปดาห์ที่แล้ว ที่ AAA
นอกจากผลกระทบในฝั่งยุโรปแล้ว รอยเตอร์สรายงานว่า ภาคการผลิตในฝั่งประเทศเอเชียก็คาดว่าจะได้รับผลกระทบตามมาเช่นกัน โดยคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นผลจากตัวเลขในเดือน ก.ค.นี้ หลังจากที่การผลิตในเดือนที่ผ่านมายังคงทรงตัว
“อนาคตที่คาดเดาไม่ได้ได้เกิดขึ้นแล้ว และผลจากเบร็กซิตก็จะยังคงกระทบทั่วทั้งอังกฤษ ยุโรป และตลาดโลกไปอีกระยะหนึ่ง” โรเบิร์ต เรนนีย์ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ค่าเงินของบริษัท เวสต์แพ็ค กล่าว
ทั้งนี้ ดัชนีการผลิตในภาคอุตสาหกรรม (พีเอ็มไอ) เดือน มิ.ย. ของทางการจีน ลดลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 50 จุด จาก 50.1 จุด ในเดือน พ.ค. และ เม.ย. แต่ดัชนีภาคการบริการปรับตัวดีขึ้นไปอยู่ที่ 53.7 จุด จาก 53.1 จุดในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีพีเอ็มไอของไคซิน ซึ่งติดตามภาคการผลิตขนาดเล็กกว่าในเดือนเดียวกัน ลดลงจาก 49.2 จุด มาอยู่ที่ 48.6 จุด







