
ผลสำรวจชี้เอกชนญี่ปุ่นสนลงทุนในไทยเป็นอันดับสองในโลก
ผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่นทั่วโลก ให้ความสนใจลงทุนไทยอันดับสองในโลก ติดต่อกัน 4 ปี แสดงถึงความเชื่อมั่นประเทศไทยระดับสูง เจโทร ลุยจับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ผนึกเป็นคู่ค้า
ผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่นทั่วโลก ให้ความสนใจลงทุนไทยอันดับสองในโลก ติดต่อกัน 4 ปี แสดงถึงความเชื่อมั่นประเทศไทยระดับสูง เจโทร ลุยจับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ผนึกเป็นคู่ค้า
นายมาซายาสุ โฮซูมิ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจของ เจโทร ประเทศญี่ปุ่น พบว่า บริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานทำธุรกิจอยู่ทั่วโลก ให้ความสนใจขยายการลงทุนในประเทศไทย เป็นอันดับสองในโลก และประเทศไทยอยู่ในอันดับสองต่อเนื่องมาสี่ปีแล้ว แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นต่อประเทศไทยในระดับสูง และพร้อมเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง
นายโฮซูมิ กล่าวต่อว่า การจับคู่ธุรกิจยังคงเป็นภาระกิจหลักในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าและการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่น เพราะฉะนั้น เจโทรจึงได้พัฒนาช่องทางต่างๆ ที่ส่งเสริมให้มีการจับคู่ธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งส่งเสริมทั้งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ในงานเจแปน พาวิลเลี่ยน งานไทยเฟ็กซ์ 2016 และ งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านพลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ใหญ่สุดในอาเซียน (Entech Pollutec Asia 2016) โดยงานจับคู่ธุรกิจ จัดขึ้นโดย เจโทรเอง รวมทั้งมีโครงการเชิญผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่จัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และให้การสนับสนุนตามคำร้องขอของผู้ประกอบการญีปุ่นเฉพาะราย อาทิ ซีรี่ย์นัดพบพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยโดยตรง
สำหรับการจัดกิจกรรมกับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการญี่ปุ่น และผู้ประกอบการไทย จะไม่ได้มีเพียงกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมดั่งเดิมเท่านั้น จะมีการขยายโอกาสของธุรกิจใหม่และธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม ทั้ง 1.ธุรกิจบริการ 2. ธุรกิจอาหารที่มีการเพิ่มมูลค่า 3. สินค้าและบริการที่สนับสนุนผู้สูงวัย และ 4. สินค้าไอที
รายงานข่าวระบุว่า องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร ประเทศญี่ปุ่น) เปิดเผยถึง ผลสำรวจของบริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานทำธุรกิจอยู่ทั่วโลก ในช่วงเดือน พ.ย.2559-มี.ค.2559 ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นได้ตอบแบบสำรวจจำนวน 3,005 องค์กร และในจำนวนดังกล่าวเป็นธุรกิจ เอสเอ็มอี ประมาณ 2,367 องค์กร โดยผลการสำรวจพบว่า นักธุรกิจญี่ปุ่นสนใจขยายการลงทุนในประเทศจีนเป็นอันดับหนึ่ง และสนใจลงทุนในประเทศไทย เป็นอันดับสอง ซึ่งประเทศไทย ได้อยู่ในอันดับสอง ติดต่อกันต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554 และเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน
อันดับสามได้แก่ ประเทศสหรัฐ อันดับสี่ เวียดนาม และอันดับห้าประเทศอินโดนีเซีย อันดับหกประเทศใต้หวัน และอันดับเจ็ด กลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก และอันดับแปด ประเทศอินเดีย อีกทั้งบริษัทญี่ปุ่น ต่างให้ความสนใจที่จะขยายตลาดส่งออก เพิ่มมากขึ้น 74.2% รวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอีของญี่ปุ่น ที่สนใจส่งออกมากขึ้น







