
น้ำมันโลกพุ่งทุบสถิติ10เดือน
ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 10 เดือน ดันตลาดหุ้นปิดบวก ชี้ยังต้องจับตาระยะยาว
ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 10 เดือน ดันตลาดหุ้นปิดบวก ชี้ยังต้องจับตาระยะยาว
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. หลังตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลงมากกว่าคาดการณ์ และจีนนำเข้าน้ำมันมากที่สุดในรอบ 6 ปี ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซื้อขายล่วงหน้างวดส่งมอบเดือน ก.ค. พุ่งขึ้น 75 เซนต์ แตะ 51.07 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ระหว่างการซื้อขายช่วงบ่ายวันที่ 8 มิ.ย. ตามเวลาไทย ปรับขึ้นเหนือ 51 เหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2015 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ส่งมอบเดือน ส.ค. ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 75 เซนต์ แตะระดับ 52.19 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ขึ้นไปปิดตลาดเหนือระดับ 51 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี ยังได้รับแรงหนุนจากเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าลงแตะกรอบ 106 เยน/เหรียญสหรัฐ หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานที่ขยายตัวน้อยกว่าคาด ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้
สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (เอพีไอ) เปิดเผยว่า สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 3.6 ล้านบาร์เรล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
รายงานระบุด้วยว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 38.7% ในเดือน พ.ค.จากปีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นปริมาณการนำเข้ามากที่สุดในรอบกว่า 6 ปี และเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจของจีน ซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกอาจเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น โดย คานาเมะ โกคง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ โอกาโตะ โชจิ กล่าวกับรอยเตอร์ส ว่า เมื่อมองภาพรวมแล้วกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนไม่ได้กำลังจะชะลอตัวลงมากเท่าที่เคยคาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ ความวิตกเกี่ยวกับเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันในไนจีเรีย และคาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันกำลังปรับสมดุล เป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันด้วยเช่นกัน
รอยเตอร์ส รายงานว่า การโจมตีท่อส่งน้ำมันในไนจีเรีย ทำให้ผลผลิตน้ำมันร่วงต่ำสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่รัฐบาลไนจีเรียระบุว่า ได้ลดปฏิบัติการทหารและหาทางเจรจากับกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธ
สำหรับราคาน้ำมันดิบที่กลับมาปรับตัวขึ้นแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นขานรับทั่วโลก โดยเฉพาะดัชนีเอสแอนด์พี 500 ตลาดนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยของเฟดในวันก่อนหน้าไปอยู่ที่ 2,112.13 จุด ใกล้ทุบสถิติสูงสุด 2,130.82 จุด ของเมื่อเดือน พ.ค. 2015
นักวิเคราะห์มองว่าภาวะขาขึ้นของตลาดน้ำมันยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาในระยะยาว เนื่องจากอิรักหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันรายวันขึ้นเป็น 4.5 ล้านบาร์เรล ในเดือน พ.ค. ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการเพิ่มกำลังการผลิตของอิรักส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนบาร์เรล/วัน จากเดือน เม.ย. ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยผลผลิตน้ำมันที่ขาดหายไป เนื่องจากเหตุโจมตีในไนจีเรียและเหตุไฟป่าในแคนาดา
อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ส ระบุด้วยว่า บริษัทยุโรปและเอเชียราว 25 แห่ง ตกลงขนส่งน้ำมันให้อิหร่านที่เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อีกแห่ง ซึ่งทำให้อิหร่านอาจเพิ่มการส่งออกน้ำมันได้เร็วกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อเดือน ม.ค.
ภาพ...เอเอฟพี







