posttoday
สองชาติมหาอำนาจจับเข่าคุย จีนร้องมะกันไว้วางใจ

สองชาติมหาอำนาจจับเข่าคุย จีนร้องมะกันไว้วางใจ

07 มิถุนายน 2559

สหรัฐ-จีนเปิดฉากประชุมยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจประจำปี กังวลทะเลจีนใต้-เหล็กล้นตลาด

สหรัฐ-จีนเปิดฉากประชุมยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจประจำปี กังวลทะเลจีนใต้-เหล็กล้นตลาด

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน กล่าวเปิดการประชุมยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจประจำปีระหว่างสหรัฐและจีนครั้งที่ 8 ณ กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 6-7 มิ.ย. โดยย้ำว่า สหรัฐและจีนควรมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อป้องกันความขัดแย้งและการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาด โดยสีจิ้นผิงพยายามเลี่ยงการระบุประเด็นความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศที่เฉพาะเจาะจง

“จีนและสหรัฐล้วนมีผลประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราควรมีการหารือและประสานความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทาย ในลักษณะฉันมิตรระหว่าง 2 ประเทศ แทนการถืออำนาจสิทธิขาดเพียงผู้เดียว” ผู้นำจีนกล่าว พร้อมระบุด้วยว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกควรเป็นเวทีสำหรับความร่วมมือ ไม่ใช่สนามแข่งขัน

ด้าน จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ทุกประเทศในภูมิภาคควรแก้ปัญหาความขัดแย้งในเขตพิพาททะเลจีนใต้ด้วยวิธีการทางการทูต

“เรากำลังมองหาการแก้ปัญหาอย่างสันติในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ และไม่ยอมรับการแก้ปัญหาด้วยการอ้างกรรมสิทธิ์ของประเทศใดประเทศหนึ่ง” แคร์รี กล่าวย้ำ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังเรียกร้องให้จีนยุติการอ้างกรรมสิทธิ์การตั้งเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) บริเวณทะเลจีนใต้ โดยสหรัฐพิจารณาแล้วว่า การอ้างเอดีไอแซดเป็นการกระทำที่ยั่วยุและกระทบเสถียรภาพในภูมิภาค

สำหรับประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือนั้น แคร์รีเรียกร้องให้จีนและสหรัฐร่วมมือเฝ้าระวังโครงการดังกล่าว หลังก่อนหน้านี้ รีซูยัง รองประธานพรรคแรงงานและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีเหนือ เข้าพบผู้นำจีน ท่ามกลางความกังวลว่า เกาหลีเหนืออาจหาทางกระชับสัมพันธ์จีนให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม

นอกเหนือจากประเด็นทะเลจีนใต้แล้ว เจคอบ ลิว รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยังเรียกร้องให้จีนปรับลดกำลังการผลิตเหล็กอย่างจริงจัง เพื่อปรับสมดุลของตลาดเหล็ก พร้อมแสดงความกังวลถึงการทำธุรกิจในจีน โดย ลิว ระบุว่า ธุรกิจต่างชาติมองว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของจีนไม่ต้อนรับ และยากต่อการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ ลิวยังให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า จีนจำเป็นต้องพัฒนาการใช้นโยบายทางการเงินหากจีนต้องการมีบทบาทนำในระบบเศรษฐกิจโลก โดยความผันผวนของค่าเงินหยวนที่เกิดขึ้นในเดือน ส.ค. 2015 ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า จีนยังคงสับสนและไม่มีการสื่อสารทางนโยบายที่ดีพอ ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน และเศรษฐกิจจีนอาจแย่กว่าที่เห็น

สอดคล้องกับรายงาน ฟาธอม คอนซัลติ้ง สถาบันให้คำปรึกษาเศรษฐศาสตร์มหภาค เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานของจีนนับตั้งแต่ปี 2012 อาจอยู่ที่ 12.9% ซึ่งมากกว่าตัวเลขของทางการอยู่ที่ 4% ถึง 3 เท่า ซึ่งความไม่มั่นคงทางการจ้างงานจะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพในสังคม

ฟาธอม ระบุว่า จากตัวเลขดังกล่าวอาจเป็นเหตุผลที่จีนยังคงใช้ปัจจัยเดิมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการที่บริษัทซอมบี้ หรือบริษัทที่ไม่สร้างผลกำไร ยังคงดำเนินธุรกิจถึงปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง