
พิพาททะเลจีนใต้เดือด
จีนตอบโต้ข้อพิพาททะเลจีนใต้ หลังสหรัฐชี้จีนอาจถูกโดดเดี่ยว ขณะฝรั่งเศสดันแผนเดินเรือเสรี
จีนตอบโต้ข้อพิพาททะเลจีนใต้ หลังสหรัฐชี้จีนอาจถูกโดดเดี่ยว ขณะฝรั่งเศสดันแผนเดินเรือเสรี
ซุน เจี้ยนกั๋ว รองผู้บัญชาการกรมเสนาธิการร่วมของคณะกรรมาธิการทหารกลางแห่งชาติจีน แสดงความเห็นตอบโต้ประเด็นทะเลจีนใต้หลังสหรัฐเตือนจีนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าความขัดแย้งทะเลจีนใต้ทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากการยั่วยุของบางประเทศเพื่อผลประโยชน์ของชาติตัวเอง
ซุน เปิดเผยว่า จีนไม่ต้องการสร้างปัญหาแต่ก็ไม่กลัวปัญหาด้วยเช่นกัน พร้อมย้ำว่าท่าทีของจีนเกี่ยวกับข้อพิพาททะเลจีนใต้ที่มีต่อประเทศเอเชียอื่นๆ โดยเฉพาะเวียดนามและฟิลิปปินส์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
นายทหารระดับสูงของจีนยังวิจารณ์การลาดตระเวนของสหรัฐในพื้นที่ที่จีนควบคุมอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ ภายใต้ปฏิบัติการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ และระบุว่าจีนไม่ยอมรับคำตัดสินเกี่ยวกับข้อพิพาททะเลจีนใต้จากศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก หลังฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องประเด็นการอ้างสิทธิอาณาเขตดังกล่าวในปี 2013
ทั้งนี้ สหรัฐดำเนินปฏิบัติการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ ส่งผลให้ต้องเผชิญหน้ากับจีนที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งยาวนานกับฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะบริเวณทะเลจีนใต้ด้วยเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ แอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เตือนว่าการรุกเข้าสู่ทะเลจีนใต้อาจทำให้จีนถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติ และย้ำให้จีนดำรงบทบาทผู้รักษาความมั่นคงภายในภูมิภาค
ด้าน จอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เตือนจีนระหว่างเดินทางเยือนมองโกเลียเกี่ยวกับการตั้งเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) บริเวณทะเลจีนใต้ ซึ่งจะเพิ่มความตึงเครียดภายในภูมิภาค และเรียกร้องให้จีนเดินหน้าจัดการข้อพิพาทดังกล่าวด้วยวิธีทางการทูต
ขณะเดียวกัน ฌอง อีฟ เลอ ดริออง รัฐมนตรีกลาโหมของฝรั่งเศส เสนอให้สหภาพยุโรป (อียู) เข้าไปมีส่วนร่วมในประเด็นทะเลจีนใต้มากขึ้น เพื่อสร้างเสรีภาพในการเดินเรือและการบินบริเวณดังกล่าว
ดริออง กล่าวว่า ข้อพิพาททะเลจีนใต้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับฝรั่งเศสและสมาชิกอียู ไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการเดินเรือโดยเสรีเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันท่าทีที่ชัดเจนเมื่อหลักกฎหมายสากลถูกละเมิด
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ต้นปี 2016 ฝรั่งเศสส่งเรือรบเข้าไปในพื้นที่พิพาท 3 ครั้ง เนื่องจากมองว่าเป็นการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยถ้อยแถลงของดริอองถือเป็นการตอกย้ำเหตุผล
ของสหรัฐในการเพิ่มบทบาททางทะเลในทะเลจีนใต้ เพื่อปกป้องเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 5.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 187 ล้านล้านบาท)







