
เกาหลีระอุฝั่งเหนือระดมยิงปืนใหญ่
สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีสุดตึงเครียด เกาหลีเหนือเปิดฉากยิงปืนใหญ่ขู่ฝั่งใต้ หลังยึดเรือประมงเกาหลีใต้ไปเมื่อวันอาทิตย์ ด้านกองทัพเรือฝั่งใต้สั่งเตรียมพร้อมระดับสูงสุดแล้ว
สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีสุดตึงเครียด เกาหลีเหนือเปิดฉากยิงปืนใหญ่ขู่ฝั่งใต้ หลังยึดเรือประมงเกาหลีใต้ไปเมื่อวันอาทิตย์ ด้านกองทัพเรือฝั่งใต้สั่งเตรียมพร้อมระดับสูงสุดแล้ว
เกาหลีเหนือเปิดฉากยิงปืนใหญ่เตือนชุดใหญ่บริเวณน่านน้ำเขตแดนระหว่างเกาหลีเหนือและใต้เมื่อวานนี้ หลังจากได้ยึดเรือประมงของเกาหลีใต้เอาไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดขึ้นมาอีกระลอกใหญ่ นับตั้งแต่เกิดเหตุยิงเรือรบเกาหลีใต้อับปางไปเมื่อเดือน มี.ค. ซึ่งทำให้ทหารเรือและลูกเรือชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตไป 46 คน
รายงานระบุว่า เกาหลีเหนือได้ระดมปืนใหญ่ถึง 110 นัด อย่างไรก็ตามลูกปืนใหญ่ทั้งหมดได้ตกลงในน่านน้ำของเกาหลีเหนือบริเวณทะเลเหลืองใกล้กับเส้นแบ่งเขตเหนือใต้ ซึ่งการยิงขู่ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่เกาหลีใต้เพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบทะเลนาน 5 วันไปไม่นานด้วย
“กองทัพเรือของเราได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมในระดับสูงสุด และจับตาความเคลื่อนไหวของกองทัพเกาหลีเหนืออย่างไม่คลาดสายตา” โฆษกสำนักงานเสนาธิการทหารของเกาหลีใต้ ระบุ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น เกาหลีเหนือยังได้ยึดเรือประมงของเกาหลีใต้เอาไว้ 1 ลำ บริเวณด้านทะเลญี่ปุ่นซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของคาบสมุทร
ด้านรัฐบาลกรุงโซล ได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ ปล่อยเรือประมงและลูกเรือทั้งหมดในทันที แต่ในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การยึดเรือประมงเกาหลีใต้ในครั้งนี้เป็นการตอบโต้การซ้อมรบทางทะเลของเกาหลีใต้ หรือว่าเป็นการกวาดล้างการทำประมงผิดกฎหมายของเกาหลีเหนือตามปกติเท่านั้น
“รัฐบาลได้ขอร้องให้ฝ่ายเหนือเร่งจัดการกับเรื่องนี้โดยเร็ว และปล่อยลูกเรือทั้งหมด รวมถึงปล่อยเรือของพวกเขาด้วย ตามกฎหมาย และการปฏิบัติระหว่างประเทศ” ชุน แฮซุง โฆษกกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ กล่าว ซึ่งบนเรือดังกล่าวมีลูกเรือสัญชาติทั้งเกาหลีใต้และชาวจีน
ทางด้านกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ระบุว่า ในขณะนี้ยังไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเกาหลีเหนือ ต่อการยึดเรือประมงแต่อย่างใด โดยทางด้านเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของเกาหลีใต้ระบุว่า เรือประมงลำดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองท่าซ่งจินทางตอนเหนือ ซึ่งอยู่ในน่านน้ำข้อพิพาทของทั้งสองฝั่ง
ด้านโฆษกฝ่ายตรวจการณ์ยามฝั่งของเกาหลีใต้ระบุว่า ตามปกติแล้ว มักจะเกิดเหตุเรือประมงของเกาหลีใต้ข้ามน่านน้ำเข้าไปยังฝั่งเหนือบ่อยครั้ง เนื่องจากเกิดปัญหากับระบบนำร่อง
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่จะได้รับการปล่อยออกมา ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นแล้วถึง 3 ครั้งทีเดียว แต่ทว่า ดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือจะยังไม่มีท่าทีใดๆ ต่อการยึดเรือประมงเกาหลีใต้ในครั้งล่าสุดนี้
การยึดเรือดังกล่าวได้ทวีความตึงเครียดของโสมสองฝั่งมากขึ้น หลังจากที่เกิดเหตุเรือลาดตระเวนของเกาหลีใต้ถูกยิงจนอับปางเมื่อเดือน มี.ค. และทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 46 คน ซึ่งเกาหลีใต้ได้กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ
ในภายหลังจากนั้น เกาหลีใต้ก็ได้ดำเนินการฝึกซ้อมรบการต่อสู้เรือดำน้ำครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลกรุงเปียงยางอย่างมากที่สุด และขู่ว่าจะดำเนินการตอบโต้อย่างรุนแรงด้วย
ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามเกาหลีเมื่อระหว่างปี 1950-1953 เป็นต้นมานั้น ได้เกิดการปะทะกันขึ้นหลายครั้งระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ ในปี 1999 และ 2002 อีกทั้งเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ก็เพิ่งเกิดการปะทะกันทางทะเลขึ้นอีก ทำให้เรือรบเกาหลีเหนือเสียหายหนัก 1 ลำ
ด้านนักวิเคราะห์หลายสำนักเชื่อว่า การยิงเรือรบเกาหลีใต้จนอับปางเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานั้น เป็นการแก้แค้นของเปียงยางที่เรือรบเกาหลีเหนือถูกทำลายไปเมื่อเดือน พ.ย.ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือได้ยืนกรานปฏิเสธมาว่าไม่ได้ลงมือยิงเรือรบของเกาหลีใต้แต่อย่างใด







