
เวียดนามตื่นแฮ็กเกอร์เจาะระบบแบงก์
เวียดนามเร่งสอบเหตุเจาะระบบแบงก์พาณิชย์ ไหวตัวทันเกือบสูญ 40 ล้าน หันยกระดับเทคโนโลยีกันเกิดเหตุซ้ำ
เวียดนามเร่งสอบเหตุเจาะระบบแบงก์พาณิชย์ ไหวตัวทันเกือบสูญ 40 ล้าน หันยกระดับเทคโนโลยีกันเกิดเหตุซ้ำ
ธนาคารกลางเวียดนาม เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ธนาคารกลางเวียดนามสั่งให้ฝ่ายเทคโนโลยีเข้าสอบสวนการโจมตีธนาคารพาณิชย์ร่วมหุ้น เตียนฝ่อง หลังได้รับรายละเอียดจากธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า เกือบถูกปล้นเงินไปมากกว่า 1 ล้านยูโร (ราว 39.7 ล้านบาท)
ธนาคารเตียนฝ่อง ระบุว่า แฮ็กเกอร์ได้ส่งคำร้องมาถึงเตียนฝ่องให้ส่งเงินมากกว่า 1 ล้านยูโร ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2015 ที่ผ่านมา โดยคำร้องดังกล่าวมาจากธนาคารคนกลางที่เตียนฝ่องเคยใช้บริการเพื่อเชื่อมต่อไปยังสมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (สวิฟต์) ผู้ให้บริการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม เตียนฝ่องไม่ได้ผ่านคำร้องดังกล่าว โดยมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารคนกลางดังกล่าวถูกแฮ็กเกอร์ติดตั้งมัลแวร์ โปรแกรมประสงค์ร้ายเอาไว้ในซอฟต์แวร์ ส่งผลให้เตียนฝ่องต้องยกเลิกการทำธุรกรรมกับธนาคารคนกลางดังกล่าวและยกระดับเทคโนโลยีให้สามารถทำธุรกรรมกับทางสวิฟต์ได้โดยตรง เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ สวิฟต์เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า แฮ็กเกอร์ใช้มัลแวร์เจาะระบบธนาคารพาณิชย์ไม่ระบุนามและยังไม่ทราบจำนวนเงินที่หายไปแน่ชัด โดยนับเป็นแห่งที่ 2 แล้วที่เกิดการเจาะระบบในลักษณะเดียวกันต่อเนื่องจากการปล้นเงิน 81 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,845 ล้านบาท) จากธนาคารกลางบังกลาเทศ
ไฟร์อาย อิงค์ บริษัทที่ธนาคารกลางบังกลาเทศจ้างไว้สืบสวนการปล้นเงินดังกล่าว เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มอาชญากรทางโลกไซเบอร์ และมีแนวโน้มที่จะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นกับธนาคารอื่นๆ ขณะที่บีเออี ซิสเต็มส์ บริษัทวิจัยสัญชาติอังกฤษ ระบุว่า มัลแวร์ที่ใช้ก่อเหตุกับธนาคารบังกลาเทศและเวียดนาม เป็นมัลแวร์ลักษณะเดียวกับการเจาะเข้าระบบโซนี่ พิกเจอร์ส เอนเตอร์เทนเมนต์ เมื่อปี 2014
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยว่า การโจมตีธนาคารพาณิชย์ในเวียดนามก่อให้เกิดความกังวลต่อระบบของสวิฟต์มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี โดยสวิฟต์อยู่ภายใต้ธนาคารกลางจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (จี10) และมีธนาคารกลางเบลเยียมเป็นผู้นำ







