posttoday
แขวนผู้นำหญิงบราซิล ขาเก้าอี้ประธานาธิบดีร้าว

แขวนผู้นำหญิงบราซิล ขาเก้าอี้ประธานาธิบดีร้าว

13 พฤษภาคม 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

วุฒิสมาชิกบราซิลมีมติถอดถอนประธานาธิบดีดิลมา รุสเซฟฟ์ ของบราซิล จากข้อหากระทำผิดกฎหมายพิจารณางบประมาณเพื่อสนับสนุนพรรคของตนเองในการเลือกตั้งปี 2014 รวมถึงข่าวอื้อฉาวพัวพันทุจริตคอร์รัปชั่นในบริษัท ปีโตรบราส และการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เศรษฐกิจบราซิลถดถอยมากที่สุดในรอบ 25 ปี

วุฒิสภาบราซิลใช้เวลาในการอภิปรายรายบุคคลยาวนานกว่า 17 ชั่วโมง โดยเสียงข้างมากจำนวน 55 ต่อ 22 เสียง จากทั้งหมด 81 เสียง มีมติถอดถอน
รุสเซฟฟ์

มติปลดรุสเซฟฟ์ของวุฒิสภาบราซิลจะนำไปสู่การสอบสวนเป็นเวลา 180 วัน โดยรองประธานาธิบดี ไมเคิล เทเมอร์ จะรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีระหว่างรุสเซฟฟ์ถูกระงับการดำรงตำแหน่งระหว่างการสอบสวน หาก 2 ใน 3 ของวุฒิสมาชิกพบว่ารุสเซฟฟ์มีความผิดจริง จะส่งผลให้รุสเซฟฟ์ต้องออกจากตำแหน่ง และเทเมอร์รับตำแหน่งแทนจนกว่าจะหมดวาระในปี 2018

อย่างไรก็ดี รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า รุสเซฟฟ์จะเพิกเฉยต่อมติถอดถอนของทั้งสภาสูงและสภาล่าง และอาจเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีคัดค้านการรับช่วงต่อของเทเมอร์ เนื่องจากการลงมติถอดถอน
ดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และเปรียบเหมือนการทำรัฐประหาร ซึ่งรุสเซฟฟ์ยังคงยืนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการฟอกเงินทั้งในและนอกประเทศ และจะยอมรับแค่ผลการเลือกตั้งเท่านั้น

เศรษฐกิจแย่ฉุดปากท้องประชาชน

บราซิลเคยเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับความนิยมและเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของกลุ่มประเทศบริค (BRIC) (บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน) แต่เศรษฐกิจของบราซิลในปี 2015 ที่ผ่านมา หดตัวลงไป 3.9% และจากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 100 คน โดยธนาคารกลางบราซิล คาดเศรษฐกิจจะขยายตัวแค่ 0.5% ในปี 2017 เท่านั้น

ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี ที่ 14.25% หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 12 ปีมาแล้วรอบหนึ่ง ก็ยังแสดงให้เห็นถึงข้าวของที่แพงขึ้น และกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชน สะท้อนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ยังคงตกต่ำทำสถิติ

เปาโล โซเตโร ผู้อำนวยการสถาบันบราซิลศึกษาของศูนย์นานาชาติสำหรับนักวิชาการวู้ดโรว วิลสัน ระบุว่า การลงจากตำแหน่งของรุสเซฟฟ์อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของประเทศให้เพิ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งต้องจับตาต่อไปว่าเทเมอร์จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและบริหารประเทศต่อได้หรือไม่

อเมริกาใต้ตื่นคอร์รัปชั่น

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น มันนี่ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ออตโต ปาเรส โมลินา อดีตประธานาธิบดีกัวเตมาลา ถูกตัดสินจำคุกจากข้อหาคอร์รัปชั่น ขณะที่นักการเมืองและผู้นำในหลายประเทศทั้งอาร์เจนตินา ชิลี และเวเนซุเอลา ก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากข้อหาคอร์รัปชั่นด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นอพาร์ตเมนต์ของอดีตประธานาธิบดี คริสตินา เฟอร์นันเดซ เดอ เคิร์ชเนอร์ ของอาร์เจนตินา ในข้อหาฟอกเงินผ่านการเป็นหุ้นส่วนอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่พันธมิตรใกล้ชิดกับ ไมเคิล บาชเลท ของชิลี ก็ถูกกล่าวหารับสินบน

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า การคอร์รัปชั่นและการโกงทำให้โลกต้องสูญมูลค่าทางเศรษฐกิจ รายได้จากภาษี และการจัดการกับความยากจนไปมากถึงปีละราว 1.5-2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 52-70 ล้านล้านบาท) ดังนั้นการจัดการกับการคอร์รัปชั่นจึงสำคัญอย่างมากในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การเปิดเผยฐานข้อมูลของปานามา เปเปอร์ส เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า 5 ใน 10 ประเทศคนกลางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการเป็นตัวกลางใช้บริการจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขต (ออฟชอร์) ยังเป็นประเทศในอเมริกาใต้ ได้แก่ ปานามา กัวเตมาลา บราซิล เอกวาดอร์ และอุรุกวัย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง