posttoday
"ดูเตอร์เต"จ่อกุมชะตาปินส์นักลงทุนลุ้นสานต่อศก.เร่งโต

"ดูเตอร์เต"จ่อกุมชะตาปินส์นักลงทุนลุ้นสานต่อศก.เร่งโต

10 พฤษภาคม 2559

นโยบายแข็งกร้าวที่จะกวาดล้างอาชญากรรมของดูเตอร์เต ได้รับความนิยมจากชาวฟิลิปปินส์อย่างมาก โดยส่วนใหญ่ต้องการผู้นำที่บังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจังเพื่อกำจัดการทุจริตซึ่งจะนำมาสู่การกระจายรายได้อย่างทั่วถึง

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ผลการนับคะแนนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อย่างไม่เป็นทางการ 63% จากคะแนนเสียงทั้งหมด เปิดเผยว่า โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้สมัครชิงตำแหน่งฝีปากกล้า ที่ประกาศสงครามกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดโดยไม่สนใจหลักกฎหมายหรือองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างชาติ ได้รับคะแนนเสียงโหวตนำโด่งอยู่ที่ 38.92% ทิ้งห่างจาก เกรซ โพ ซึ่งได้รับคะแนนเสียง 16% โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 5 คน

หลังเปิดฉากขึ้นในช่วง 06.00-17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 9 พ.ค. พลเมืองฟิลิปปินส์ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งราว 54.4 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดกว่า 100 ล้านคน ทยอยเดินทางไปใช้สิทธิ โดย 40% ของผู้ใช้สิทธิอายุ 18-30 ปี ขณะที่ประชาชนจะต้องลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ซึ่งมีวาระ 6 ปี และตำแหน่งราชการอื่นๆ ทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง ทั้งหมดมากกว่า 1.8 หมื่นตำแหน่ง วาระ 3 ปี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1.2 แสนนาย และทหารอีกจำนวนมาก เข้าประจำการพร้อมอาวุธในเขตเลือกตั้งต่างๆ เพื่อให้ความคุ้มกันผู้มาใช้สิทธิ เนื่องจากการเลือกตั้งในฟิลิปปินส์มีความรุนแรงทางการเมืองที่ถึงแก่ชีวิตเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตเพราะถูกยิงแล้ว 10 รายในวันเลือกตั้ง หลังเกิดเหตุมือปืนบุกโจมตีที่จุดเลือกตั้ง และขโมยเครื่องนับคะแนนในบางจุด โดยในวันก่อนการเลือกตั้ง ทางการตำรวจระบุว่า มีการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว 15 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตมีผู้สมัครนายกเทศมนตรี 1 ราย

นโยบายแข็งกร้าวชนะใจประชาชน

นโยบายแข็งกร้าวที่จะกวาดล้างอาชญากรรมของดูเตอร์เต ได้รับความนิยมจากชาวฟิลิปปินส์อย่างมาก โดยส่วนใหญ่ต้องการผู้นำที่บังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจังเพื่อกำจัดการทุจริตซึ่งจะนำมาสู่การกระจายรายได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ ชาวฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า ดูเตอร์เตจะช่วยให้การกระจายรายได้ไปสู่ประชากรส่วนใหญ่ หลังจากที่รัฐบาลเปิดเผยการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวมากกว่า 6% ในปีนี้ แต่ชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ ระบุว่า ไม่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงรัฐบาลประธานาธิบดี เบนิกโน อากีโน

ชัยชนะของดูเตอร์เตยังสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาในระดับท้องถิ่นคือ อาชญากรรม และยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่สะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลปัจจุบันได้อย่างดี และเป็นเรื่องที่ผู้สมัครคนอื่นๆ ไม่ได้หยิบยกมาเป็นประเด็นสำคัญ

นักลงทุนยังกังขา

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะสามารถเอาชนะใจประชาชนได้ แต่การขาดความน่าเชื่อถือและทิศทางที่ชัดเจนในนโยบายเศรษฐกิจของ ดูเตอร์เต กลับทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจ โดยค่าเงินเปโซอ่อนค่าลง 1.9% ต่อเงินเหรียญสหรัฐ ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมาที่หลายสำนักสำรวจความนิยมเผยว่า ดูเตอร์เตมีคะแนนนาโด่ง ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยลดลง 2.3% ขณะที่ตลาดทุนในฟิลิปปินส์ประกาศปิดทำการในวันเลือกตั้ง

ก่อนหน้านี้ รายงานของธนาคารมิซูโฮ ระบุว่า ถ้าดูเตอร์เตชนะการเลือกตั้ง นักลงทุนอาจจะเทขายสินทรัพย์ในตลาดทุนของฟิลิปปินส์ เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศ

แอสโตร เดล คาสติโล กรรมการผู้จัดการ เฟิสต์ เกรด โฮลดิ้งส์ บริษัทด้านการลงทุนในฟิลิปปินส์ ระบุว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ต้องการลงทุนในระดับความเสี่ยงต่ำในช่วงนี้ และต่อไปบรรดานักลงทุนก็จะเข้าล็อบบี้กับรัฐบาลใหม่ให้ดำเนินนโยบายที่สนับสนุนการลงทุนและส่งเสริมเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ คาสติโล กล่าวว่า ฟิลิปปินส์อาจจะกลายเป็นเหยื่อของความสำเร็จทางเศรษฐกิจของตัวเอง เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสมัยอากีโน แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเติบโตไม่ทันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้การพัฒนาการขนส่งสาธารณะยิ่งตกต่ำลง และเกิดปัญหาสังคมต่างๆ เช่น ยอดขายรถยนต์ที่สูงสุดทำสถิติ ขณะที่ถนนไม่เพียงพอ

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าฟิลิปปินส์จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจต่อไปให้แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านและก้าวขึ้นเป็น 1 ในเสือทั้ง 5 ตัวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้หรือไม่ หลังจากที่เคยถูกกล่าวขานในบรรดานักลงทุนว่าเป็น ผู้ป่วยในเอเชีย

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ธนาคารโลก (เวิล์ดแบงก์) ได้ยกให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่กำลังเติบโตในภูมิภาค ภายใต้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ เข้มข้นของอากีโน ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยตลอด 6 ปี ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ที่ 6.2% ซึ่งเป็นตัวเลขการขยายตัวที่เติบโตเร็วที่สุดตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งนักลงทุนต่างจับตาดูว่า ดูเตอร์เตจะสานต่อการขยายตัวนี้ได้หรือไม่

ขณะที่ประชาชนในประเทศต่างจับตาดูว่ารัฐบาลใหม่จะจัดการการทุจริต ซึ่งรายงานดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นโลก เปิดเผยว่า เมื่อปี 2015 ฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับที่ 95 จากทั้งหมด 180 ประเทศ รวมทั้งชาวฟิลิปปินส์ยังให้ความสนใจว่ารัฐบาลจะจัดการปัญหาข้อพิพาททะเลจีนใต้อย่างไร

รายงานของรัฐบาลเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2015 ประชากรฟิลิปปินส์ถึง 26.3% อยู่ในภาวะยากจน

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย