
ส่งออกจีนหดตัว
ยอดส่งออก-นำเข้าจีนร่วงเกินคาด ขณะส่งออกเหล็กดิ่งลงหลังอุปสงค์ในประเทศพุ่ง
ยอดส่งออก-นำเข้าจีนร่วงเกินคาด ขณะส่งออกเหล็กดิ่งลงหลังอุปสงค์ในประเทศพุ่ง
กรมศุลกากรจีน เปิดเผยว่า ยอดส่งออกเดือน เม.ย. ของจีนปรับตัวลดลง 1.8% จากปีก่อนหน้านี้แตะ 1.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 ล้านล้านบาท) หลังตัวเลขส่งออกเดือน มี.ค. ขยายตัวถึง 11.5% ขณะที่ยอดนำเข้าเดือน เม.ย. หดตัวลงเช่นกันที่ 10.9% สู่ระดับ 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.4 ล้านล้านบาท) ปรับตัวลงน้อยกว่าเดือนก่อนหน้านี้ที่ลดลง 13.8%
ทั้งนี้ ตัวเลขการนำเข้าที่อ่อนแรงลงของจีนส่งผลลบต่อกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่มีจีนเป็นคู่ค้าสำคัญที่สุดของประเทศ โดยจีนเป็นผู้ซื้อวัตถุดิบและสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมรายใหญ่ ผลกระทบดังกล่าวยังขยายออกไปสู่ประเทศที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกอย่างออสเตรเลียและบราซิลด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน รายงานจากกรมศุลกากร ระบุว่า ยอดส่งออกเหล็กเดือน เม.ย. ของจีนร่วงลงแตะ 9.08 ล้านตัน จาก 9.98 ล้านตัน ในเดือน มี.ค. หลังราคาและอุปสงค์เหล็กภายในประเทศพุ่งทะยานขึ้น ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตเหล็กชั้นนำในจีนชะลอการเพิ่มยอดขายในต่างประเทศ ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในการแข่งขันสำหรับผู้จัดจำหน่ายเหล็กในยุโรปและสหรัฐ
สำหรับราคาเหล็กในจีนพุ่งสูงมากในปีนี้ เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศปรับตัวดีขึ้นและนักลงทุนจีนหันไปทุ่มลงทุนในสัญญาซื้อขายวัตถุดิบล่วงหน้า
เว่ย หยิงซง นักวิเคราะห์จากมายสตีล กล่าวว่า อุปสงค์เหล็กในจีนแข็งแกร่งมากจนส่งผลให้ราคาเหล็กภายในประเทศมีราคาสูงกว่าในต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์แสดงความวิตกว่าราคาเหล็กของจีนอาจกลับมาร่วงลงอีก เนื่องจากปัญหาอุปทานที่มีอยู่ล้นตลาด







