
เปิดฉากเลือกตั้งฟิลิปปินส์ "ดูเตอร์เต" จ่อขึ้นแท่น ปธน.
ผลสำรวจความคิดเห็นในทุกสำนักยังคงยกให้ “โรดริโก ดูเตอร์เต” ผู้สมัครฝีปากกล้าที่ได้รับฉายาว่า เป็นโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งเอเชีย มีคะแนนนำโด่ง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การหาเสียงอย่างดุเดือดตลอดเดือนที่ผ่านมาของผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ปิดฉากลงไปแล้วพร้อมการเปิดคูหาเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยผลสำรวจความคิดเห็นในทุกสำนักยังคงยกให้ “โรดริโก ดูเตอร์เต” ผู้สมัครฝีปากกล้าและนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ที่ได้รับฉายาว่า เป็นโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งเอเชีย มีคะแนนนำโด่ง
ผลสำรวจคะแนนนิยมของ พัลซ์ เอเชีย ระหว่างวันที่ 26-29 เม.ย.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ดูเตอร์เตได้รับคะแนนนิยมสูงสุดที่ 33% เท่ากับผลสำรวจความเห็นในช่วงต้นเดือน เม.ย. ขณะที่ มานูเอล ร็อกซาสที่ 2 อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยและคมนาคม อยู่ที่ 22% ตามด้วย เกรซ โพ อยู่ที่ 21% และ เจโจมาร์ บิไนย์ รองประธานาธิบดี มีคะแนนนิยมอยู่ที่ 17% ส่วน มิเรียม ดีเฟนเซอร์ ซานติเอโก นักการเมืองหญิงวัย 70 ปี อยู่ที่ 2%
ทั้งนี้ นอกจากการเลือกประธานาธิบดีแล้ว พลเมืองฟิลิปปินส์จะต้องลงคะแนนเลือกผู้สมัครในตำแหน่งราชการอื่นๆ ทั้งรองประธานาธิบดี สมาชิกสภานิติบัญญัติ และนักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งหมดมากกว่า 1.8 หมื่นตำแหน่ง ในบัตรเลือกตั้งความยาว 21 นิ้ว โดยมีจำนวนผู้สมัครทั้งหมดอยู่ที่ 4.4871 หมื่นราย
ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงจำนวนมากได้ประจำการที่หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เพื่อเฝ้าระวังการขายเสียง และการข่มขู่ถึงชีวิตซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งในการเลือกตั้งของฟิลิปปินส์ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับผู้นำประเทศ โดยการขายเสียงเกิดขึ้นแพร่หลายในกลุ่มผู้มีฐานะยากจนในประเทศซึ่งมีจำนวนมากถึงราว 25 ล้านคน
กระแสนโยบายกวาดล้างการทุจริตและอาชญากรรมอย่างรุนแรงและเด็ดขาด โดยไม่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมาย รวมทั้งลักษณะนิสัยการพูดจาโผงผางตรงไปตรงมาของดูเตอร์เต ยังคงเป็นจุดขายสำคัญทำให้ผู้สมัครตัวเต็งคนนี้ได้รับความนิยมนำโด่ง แม้ว่าจะมีข่าวอื้อฉาวมากมายถูกเปิดเผยในระหว่างช่วงหาเสียง
ก่อนหน้านี้ ตริลลาเนส ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้เปิดเผยหลักฐาน พบว่ามีเงิน 51 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,793 ล้านบาท) ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวหลายบัญชีของดูเตอร์เต ระหว่างปี 2006-2015 ซึ่งดูเตอร์เตไม่สามารถอธิบายแหล่งที่มาของเงินได้ นอกจากนี้ยังมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการจ้างพนักงานรัฐที่ไม่มีตัวตนรวมทั้งมีกรณีอื้อฉาวทางวาจาในคดีข่มขืนและฆาตกรรมมิชชันนารีชาวออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม ข่าวอื้อฉาวเหล่านี้กลับไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมของดูเตอร์เต ตกต่ำลงไปอย่างที่หลายฝ่ายคาด
จากผลสำรวจดังกล่าว ยังพบว่าชาวฟิลิปปินส์พอใจกับการให้คำมั่นว่าจะกวาดล้างอาชญากรรมและทุจริตภายใน 6 เดือนของดูเตอร์เต โดยคาดว่านายกเทศมนตรีคนนี้ จะสามารถทำได้จริงและรวดเร็วกว่าสมัยของประธานาธิบดี เบนิกโน อาคิโน ในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน อาคิโนก็ได้เปิดปราศรัยเรียกร้องให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีคนอื่นๆ ร่วมมือกันต่อต้านดูเตอร์เต และเรียกร้องให้ผู้สมัครทุกฝ่ายถอนตัวมาสนับสนุน มานูเอล ร็อกซาส อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยและคมนาคมแทน แต่ โพ ผู้สมัครเพียงหนึ่งเดียวที่มีแนวโน้มแข่งขันกับดูเตอร์เต ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ความร่วมมือระหว่างอาคิโนและร็อกซาสอาจจะมาไม่ทันการ ซึ่งหากให้ผู้สนับสนุนร็อกซาสเปลี่ยนมาสนับสนุนโพ น่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า นอกจากนี้นักกลยุทธ์โครงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แสดงความกังวลว่าผลประโยชน์ที่มากมายในการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะมีการซื้อเสียงเลือกตั้งแพร่หลาย
สานต่อนโยบายเศรษฐกิจเดิม
เจอร์ราโด พี ซิกัท นักเศรษฐศาสตร์อดีตสภาร่างนโยบายเศรษฐกิจในฟิลิปปินส์ คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมืองครั้งนี้ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนหรือรุนแรง รวมถึงไม่น่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
ซิกัท ระบุว่า แม้แต่ตลาดทุนก็มีการตอบสนองต่อการเลือกตั้งครั้งนี้เพียงเล็กน้อย โดยคาดว่าจะทำให้ตลาดทุนกลับสู่สภาวะเดียวกับก่อนการเลือกตั้งได้ในไม่นาน และสุดท้ายแล้วกลุ่มทุนเหล่านี้จะตัดสินใจลงทุนจากการประเมินโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วของประเทศมากกว่า
นอกจากนี้ ในบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดยังมีทิศทางนโยบายทางเศรษฐกิจที่คล้ายกัน โดยส่วนใหญ่ให้แนวนโยบายทั่วไปและเน้นนโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ประชาชนให้ความสนใจ ได้แก่ การจ้างงาน การลดความยากจน การกระจายรายได้ และนโยบายที่คล้ายกันนี้ สะท้อนว่าการได้รับความนิยมของดูเตอร์เต เป็นเพราะประชาชนหันไปให้ความสำคัญกับเรื่องภาวะผู้นำ ความมั่นคงภายใน และปัญหาสังคมมากกว่าการเน้นสนับสนุนธุรกิจ
ก่อนหน้านี้ ผู้สมัครทุกคนยกเว้น ดูเตอร์เต ได้ย้ำความสำคัญของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรัฐ เช่น การลดภาษีหรือการให้สิ่งจูงใจ และโครงการใช้จ่ายนำโดยภาครัฐ โดยไม่มีผู้สมัครกล่าวถึงการเพิ่มรายได้ของรัฐอย่างชัดเจนนอกจากเพิ่มการลงทุนภาคเอกชน
ฮากาน อัคซอย ผู้จัดการกองทุนของไพโอเนีย อินเวสต์เมนท์ เมเนเจอร์ ระบุว่า หากดูเตอร์เตได้รับชัยชนะ อาจจะทำลายความเชื่อมั่นในตลาดช่วงเริ่มต้น เนื่องจากความเห็นในเชิงนโยบายที่ยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าดูเตอร์เตจะสามารถปรับนโยบายให้เป็นเชิงปฏิบัติได้มากขึ้นในอนาคต และจะยังคงดำเนินนโยบายสืบเนื่องจากรัฐบาลเก่าได้
ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยการคาดการณ์เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะขยายตัว 6.4% ในปี 2016 จากการใช้จ่ายของภาคเอกชนและการใช้จ่ายในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง โดยพิจารณาจากนโยบายเศรษฐกิจในปัจจุบัน และคาดว่าจะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 6.2% ในปีถัดไป







