
ส่งออกซีแอลเอ็มวีร่วง
ผู้ส่งออกห่วงตลาดส่งออกซีแอลเอ็มวีเดี้ยงชี้ไตรมาสแรกติดลบ 3.99% หวั่นโดนสินค้าจีนตีตลาด
ผู้ส่งออกห่วงตลาดส่งออกซีแอลเอ็มวีเดี้ยงชี้ไตรมาสแรกติดลบ 3.99% หวั่นโดนสินค้าจีนตีตลาด
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) มีความน่าเป็นห่วงมาก โดยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ (ม.ค.-มี.ค. 2559) พบว่าการส่งออกของไทยในตลาดดังกล่าวติดลบ 3.99% ต่างจากปีที่ผ่านมาขยายตัวถึง 7% โดยไทยหวังที่จะใช้ตลาดนี้มาทดแทนตลาดหลักที่ชะลอตัวลง
สำหรับคู่แข่งที่สำคัญของสินค้าไทยในตลาดซีแอลเอ็มวี คือ จีน มาเลเซีย และเวียดนาม โดยเฉพาะจีนที่เริ่มเข้ามารุกในตลาดดังกล่าวมากขึ้น และเป็นการเข้ามาในทุกธุรกิจ ตั้งแต่การค้า บริการ ท่องเที่ยว ไปจนถึงอุตสาหกรรมที่จีนมีปัญหาเรื่องมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (แอนตี้ ดัมพ์ปิ้ง) ซึ่งผู้ประกอบการไทยจะนิ่งนอนใจว่าสินค้าไทยเป็นที่นิยมและยอมรับของเพื่อนบ้านแล้วอยู่เฉยๆ ต่อไปไม่ได้แล้ว
“จากนี้ไปผู้ประกอบการธุรกิจจะคิดแค่ขายสินค้าตามแนวตะเข็บชายแดนคงไม่ได้แล้ว แต่จะต้องบุกเจาะเข้าไปยังหัวเมืองหลัก และหัวเมืองรองของประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ให้มากขึ้น ส่วนภาครัฐก็ต้องเร่งหามาตรการใหม่ และเร่งมาตรการต่างๆ ที่เคยคิดไว้ให้เดินหน้าได้เร็วขึ้นเพื่อให้ตลาดซีแอลเอ็มวีพลิกกลับขึ้นมาเป็นบวกอีกครั้ง” นายวัลลภ กล่าว
สำหรับตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ปีนี้ไทยตั้งเป้าการขยายตัวไว้ที่ 6% โดยในเดือน ม.ค.อยู่ที่ 1.2% เดือน ก.พ.ติดลบ 5.8% และ เดือน มี.ค.ติดลบ 6.9% ซึ่งในช่วง 9 เดือนที่เหลือ จะต้องหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อทำให้การส่งออกตลาดซีแอลเอ็มวีปีนี้ยังเป็นบวก
“ในเรื่องส่วนแบ่งการตลาดในซีแอลเอ็มวีของสินค้าไทยเวลานี้ ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าโดนสินค้าจีนแย่งตลาดไปมากน้อยเพียงใด แต่ถ้าตอนนี้ไม่ทำอะไรเลยบอกได้เลยว่าอนาคตน่าเป็น
ห่วงแน่ เพราะปัจจุบันจีนได้รุกเข้ามาในทุกประเทศ และการเข้ามาของจีนก็มาพร้อมกับสัมปทานการค้าในประเทศนั้นๆ ด้วย” นายวัลลภ กล่าว
นายนพพร เทพสิทธา ประธาน สรท. กล่าวว่า ตลาดซีแอลเอ็มวีเป็นตลาดที่ไทยจะต้องรักษาไว้ให้ได้ เพราะจะสูญเสียตลาดนี้ไปไม่ได้ เนื่องจากเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ก่อนหน้านี้รัฐบาลชุดนี้เข้ามามีการพูดถึงและจะผลักดันเรื่องการค้าชายแดน การให้ความสำคัญกับตลาดเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีมาตลอด แต่ล่าสุดตอนนี้กลับติดลบ ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ถดถอยลง
สำหรับปัจจัยที่ทำให้การส่งออกของไทยในตลาดซีแอลเอ็มวีติดลบ มองว่าน่าจะมาจาก 4 ปัจจัยนี้ คือ 1.เศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจของซีแอลเอ็มวีก็อิงกับเศรษฐกิจโลก ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกมีปัญหา เศรษฐกิจของซีแอลเอ็มวีก็มีปัญหาเช่นกัน 2.สินค้าที่ไทยส่งออกไปซีแอลเอ็มวี ส่วนหนึ่งเป็นน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งตอนนี้ราคาน้ำมันตกจึงทำให้มูลค่าการส่งออกลดลง
ขณะที่ปัจจัยที่ 3.การเข้ามาแข่งขันของเพื่อนบ้านอย่างจีน มาเลเซีย และเวียดนาม ในตลาดเดียวกันจากโอกาสเออีซี และ 4.ประเทศซีแอลเอ็มวีกำลังพัฒนา ทำให้เริ่มมีการตั้งโรงงานผลิตสินค้าเองเพื่อทดแทนการนำเข้าสินค้าบางส่วนจากไทย
อย่างไรก็ตาม การเข้ามารุกตลาดของจีน มาเลเซีย และเวียดนาม เพื่อแข่งขันกับสินค้าไทยในตลาดซีแอลเอ็มวี แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เด่นชัดจนทำให้การส่งออกของไทยเริ่มมีปัญหา แต่ก็พบว่าการส่งออกสินค้าอุปโภค-บริโภคของไทยเริ่มได้รับผลกระทบ โดยมีบางรายต้องเปลี่ยนจากผู้ผลิตเป็นผู้นำเข้าสินค้าจีนส่งออกแทน เพราะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้าจีนได้
“การแข่งขันของจีนเข้ามาหมดทุกทาง จนทำให้เอสเอ็มอีแข่งไม่ได้ และที่น่าห่วงมากที่สุดคือ การที่จีนเข้ามาเที่ยวในไทย แต่ใช้จ่ายผ่านระบบ We Chat Pay ของจีน ทำให้มาเที่ยวเมืองไทยแต่เงินที่ใช้จ่ายกลับยังอยู่ที่จีน ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ต้องระวัง” นายนพพร กล่าว







