
จิ้งจอกแชมป์รับเละ7พันล้าน
โดย...วโกโตะ
โดย...วโกโตะ
ประวัติศาสตร์ลูกหนังอังกฤษถึงคราวต้องจารึกเรื่องเซอร์ไพรส์ เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมโดยเจ้าของคนไทยที่เพิ่งหนีตายอยู่รอดบนลีกสูงสุดช่วงโค้งสุดท้ายเมื่อซีซั่นก่อน กลับผงาดซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการ ภายหลังเชลซี ไล่ตามตีเสมอ สเปอร์ส 2-2 ในศึกลอนดอนดาร์บี้ เมื่อช่วงดึกวันที่ 2 พ.ค. ทำให้คะแนนขาดลอย (เลสเตอร์นำ 7 แต้ม เหลือ 2 นัด)
ความสำเร็จอันน่าเหลือเชื่อ ส่งผลให้เลสเตอร์ทุบสถิติมากมาย ไล่ตั้งแต่เป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร 132 ปี เป็นทีมแรกที่ผันตัวจากทีมหนีตกชั้น (ซีซั่นก่อน) สู่แชมเปี้ยนในปีถัดมา ทั้งยังมีเรื่องน่าเหลือเชื่อคือ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารลูกชายแท้ๆของ ปีเตอร์ ชไมเคิล ตำนานผู้รักษาประตู แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในวันเดียวกับคุณพ่อ (2 พ.ค.) และวัยเดียวกัน (อายุ 29 ปี) ซึ่งเป็นพ่อลูกคู่แรกที่ทำได้
“การบริหารงานของเรามีเป้าหมายชัดเจน เมื่อก่อนตอนมาเทกโอเวอร์ใหม่ๆ ชาวเมืองแอนตี้เรามาก ไม่เชื่อในสิ่งที่เราบอกและทำ แต่หลังจากคว้าแชมป์เดอะแชมเปี้ยนชิพ ขึ้นชั้นพรีเมียร์ลีกพวกเขามั่นใจในเรามากขึ้น จำได้ตอนปีที่แล้วเพิ่งหนีตกชั้นรอด คุณพ่อบอกว่าเป้าหมายเราจะไปติดท็อปโฟร์ ฝรั่งขำกันลั่น ตอนนี้เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ ส่วนเรื่องคว้าแชมป์มันเปรียบเสมือนโบนัสก้อนโตที่เราได้รับ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรเลสเตอร์ กล่าว
ที่สำคัญ การเป็นแชมป์ในลีกสุดฮิตอันดับ 1 ของโลก ยังทำให้ทีมสุนัขจิ้งจอกพันธุ์สยาม จ่อฟันเงินมากกว่า 150 ล้านปอนด์ (ราว 7,650 ล้านบาท) โดย “Repucom” บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดกีฬาโลก วิเคราะห์ว่าเลสเตอร์จะได้เงินรางวัลสำหรับแชมป์ พรีเมียร์ลีก 90 ล้านปอนด์ (ราว 4,590 ล้านบาท) ซึ่งนับรวมค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกที่ถือว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
อีกทั้งการได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ยังการันตีรายได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดขั้นต่ำ 33 ล้านปอนด์ (ราว 1,683 ล้านบาท) รวมถึงรายได้และโบนัสจากการแข่งขันแต่ละนัดอีกประมาณ 10-15 ล้านปอนด์ (ราว 510-765 ล้านบาท) ที่เหลือมาจากสปอนเซอร์หน้าใหม่ที่เข้าคิวพร้อมดีลกับทีมแชมป์ป้ายแดง พร้อมกับจำนวนฐานแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ซึ่งทำให้สินค้าที่ระลึกเกลี้ยงแผงได้ไม่ยาก
ปัจจุบันเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเลสเตอร์ มียอดแฟนบอลเพิ่มขึ้นทะลุ 540 เปอร์เซ็นต์ ยอดรวมมากกว่า 3 ล้านคน โดย 5 แสนผู้ติดตาม มาจากแอลจีเรีย เพราะมีนักเตะแนวรุกอย่าง ริยาด มาห์เรซ ส่วนคนไทยที่ตามเชียร์เจ้าของสโมสรชาติเดียวกันมีจำนวนราว 2.21 แสน
นอกจากนี้ เลสเตอร์ยังสามารถหาเงินได้ถึง 100 ล้านปอนด์ (ราว 5,100 ล่านบาท) หากซัมเมอร์นี้เลือกปล่อย 3 สตาร์ดังอย่าง เจมี วาร์ดี, มาห์เรซ และ เอ็นโกโล ก็องเต แม้แฟนบอลจะเรียกร้องให้เก็บทรีโอแกนหลักไว้ แต่ เคลาดิโอ รานิเอรี นายใหญ่ทีมจิ้งจอก กลับเปรยการรั้งสตาร์ชุดแชมป์ประวัติศาสตร์อาจไม่ใช่เรื่องง่าย
“จุดยืนของเราไม่ต้องการเสียนักเตะคนไหนไป แต่นี่คือวิถีฟุตบอลอาชีพ ข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่ บางครั้งทำให้โลกฟุตบอลเปลี่ยนแปลงได้เสมอ” รานิเอรี กล่าว
ขณะที่ จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ยกย่องทีมจิ้งจอกสยาม พร้อมให้ฉายา “สโมสรแห่งเทพนิยายของวงการลูกหนังโลก” เชื่อมั่นจากนี้ไปทีมรองบ่อนจะได้แรงบันดาลใจในการสู้กับสงครามการเงินของบิ๊กทีม
“เรื่องราวพวกเขายิ่งกว่าเทพนิยาย นั่นคือมนต์เสน่ห์ เลสเตอร์แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลเป็นเรื่องที่คาดเดายาก พวกเขาแสดงให้เห็นว่าการประสบความสำเร็จต้องมีหลายองค์ประกอบ เงินไม่สามารถการันตีความสำเร็จได้” ประมุขฟีฟ่า กล่าว
สำหรับเลสเตอร์จะรับแชมป์และเฉลิมฉลองในเกมเปิดรัง คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม รับมือเอฟเวอร์ตัน วันที่ 7 พ.ค.







