
ส่องศักยภาพการผลิต สินค้าผลไม้เวียดนาม
เวียดนามมีพื้นที่ทั้งประเทศจำนวน 3.3 แสนตารางกิโลเมตร (ตร.กม.)
โดย...ผศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เวียดนามมีพื้นที่ทั้งประเทศจำนวน 3.3 แสนตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) หรือเท่ากับ 208 ล้านไร่ ในจำนวนพื้นที่ทั้งหมดของเวียดนามเป็นเนื้อที่ทำการเกษตรจำนวน 75 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 36% ของพื้นที่ทั้งหมดของเวียดนาม (แต่ตัวเลขของ World Bank บอกว่า ในปี 2556 พื้นที่ทำการเกษตรเวียดนามจำนวน 108,737 ตร.กม. ซึ่งไม่ตรงกับผลรวมจำนวนพื้นที่ทำการเกษตรรายสินค้าเกษตรของเวียดนาม)
ในปี 2557 สามารถแยกออกเป็นพื้นที่ปลูกสินค้าเกษตรของเวียดนามที่สำคัญดังนี้ พื้นที่ปลูกข้าวจำนวน 48 ล้านไร่ คิดเป็น 70% ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด พื้นที่ปลูกผลไม้จำนวน 6 ล้านไร่ (ข้อมูลจาก Luong Ngoc Trung Lap และ Nguyen Minh Chau ปี 2557) พื้นที่ปลูกยางพาราจำนวน 5.6 ล้านไร่ (ข้อมูลปี 2555 จาก “Forest Trends และ Tropenbos International Vietnam”)
พื้นที่ปลูกผักจำนวน 5.6 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังจำนวน 3.4 ล้านไร่ และปลูกกาแฟจำนวน 4 ล้านไร่ จากขนาดจีดีพีของเวียดนามปี 2558 เท่ากับ 1.98 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 7 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นจีดีพีของเกษตรกรรมเท่ากับ 1.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 18% ของจีดีพีทั้งประเทศ ซึ่งลดลงจาก 20% (รายได้จากส่งออกเกษตรที่สำคัญของเวียดนามมาจาก 3 สินค้า คือ ข้าว 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กาแฟ 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และยางพารา 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ)
ในปี 2557 ข้าวเวียดนาม 60% ปลูกในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่มี 13 จังหวัด ประชากรรวมมี 17 ล้านคน เฉลี่ยจังหวัดละหนึ่งล้านกว่าๆ จังหวัดเกิ่นเทอเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ มีเนื้อที่ทั้งหมด 1.4 แสนเฮกตาร์ เป็นพื้นที่ทำการเกษตร 1.15 แสนเฮกตาร์ คิดเป็น 80% ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว สามารถผลิตข้าวเปลือกได้ปีละ 1.5 ล้านตัน ส่งออกปีละ 6 แสนตัน ผลไม้ผลิตได้ 1.5 แสนตัน/ปี สัตว์น้ำผลิตได้ปีละ 2 แสนตัน/ปี ปศุสัตว์ผลิตได้ปีละ 3 หมื่นตัน/ปี สินค้าสำคัญต่อมาคือยางพารา ปี 2556 เวียดนามผลิตน้ำยางได้ 9 แสนตัน (ปี 2563 มีเป้าหมายการผลิต 1.2 ล้านตัน) พื้นที่ปลูกยางพารา 50% อยู่ในตะวันออกเฉียงใต้ติดกับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและภาคกลาง 30% นอกจากนั้นกระจายอยู่ในภาคเหนือ
เวียดนามมีการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าอย่างต่อเนื่อง จากที่มีพื้นที่ปลูกเพียง 6 หมื่นไร่ในปี 2518 เพิ่มเป็น 2 แสนกว่าไร่ ในปี 2528 และตัวเลขล่าสุดในปี 2556 มีพื้นที่ปลูกเพิ่มจำนวนเป็นมากกว่า 4 ล้านไร่ โดย 95% เป็นกาแฟโรบัสต้า ส่วนพื้นที่ปลูกอราบิกามีเพียง 2.4 แสนไร่เท่านั้น โดยศูนย์กลางในการผลิตอยู่ที่จังหวัดดักลักจำนวน 1.2 ล้านไร่ คิดเป็น 37% ของจำนวนพื้นที่ปลูกทั้งหมด รองลงมาคือ จังหวัดลัมดอง 25% และจังหวัดดักน่อง และเกียไหล 14% ซึ่งทั้งหมดคิดเป็น 96% ของการผลิตของประเทศ ผลผลิตต่อไร่ของเวียดนามอยู่ที่ 0.4 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งสูงที่สุดในโลก ตลาดส่งออกกาแฟของเวียดนามอยู่ในแถบประเทศยุโรป มีเยอรมนีเป็นลูกค้ารายใหญ่ เฉพาะที่เยอรมนีส่งออกเป็นแสนตัน ปี 2558 ผลิตโรบัสต้าได้ 28 ล้านกระสอบ และอราบิกา 2 ล้านกระสอบ (กระสอบละ 60 กิโลกรัม)
ในปี 2557 มันสำปะหลังของเวียดนามสามารถผลิตได้ 11 ล้านตัน พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในแถบที่ราบสูงตอนกลางและภาคตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันเวียดนามมีโรงงานแปรรูปเอทานอลอยู่ 7 แห่ง เริ่มใช้ E5 ในเดือน ธ.ค. 2558 และ E10 ปลายปี 2560 ส่วนผลไม้ในเวียดนามมีพื้นที่ปลูก 8.5 แสนเฮกตาร์ หรือ 5.3 ล้านไร่ โดยกระจายทั้งประเทศใน 5 พื้นที่ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีพื้นที่ปลูก 35% ปลูกผลไม้เกือบทุกชนิด ได้แก่ มะนาว มะม่วง ลำไย เงาะ แก้วมังกร มังคุด กล้วย สับปะรด และลูกน้ำนม (สตาร์ แอปเปิ้ล) และภาคเหนือทั้งภาคมีพื้นที่ปลูก 36% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงใต้เป็นแหล่งผลิตผลไม้อันดับสองในจังหวัดโฮจิมินห์และด่องไน และยังเป็นตลาดขายค้าปลีกและค้าส่งของเวียดนามที่ใหญ่สุดของเวียดนาม
สิ่งที่ภาคเกษตรกรรมของเวียดนามแตกต่างจากประเทศอาเซียน คือ การบริหารจัดการภาคเกษตรกรรมภายในประเทศ ผมแบ่งระดับการบริหารจัดการออกเป็น 3 ระดับ ระดับเกษตรกรที่ถือครองครัวเรือนละ 3 ไร่ บรรพบุรุษสร้างค่านิยมไม่ให้ลูกหลานขายที่ดิน และยังมีสหภาพของเกษตรกร (Vietnam Farmer Union) มีภารกิจอยู่ 10 ข้อหลักๆ คือ ช่วยเหลือเกษตรกรทั้งกฎหมาย เงินทุน ปัจจัยการผลิต อบรมเกษตรกร สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสมาคมเกษตรกร (Vietnam Farmer Association) เพื่อหาที่ทำกินที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตร และสร้างจิตสำนักให้เกษตรรักอาชีพ ระดับที่สองคือหน่วยงานเฉพาะทุกสินค้าเข้ามาดูแล เช่น Vinafood ดูแลการส่งออกข้าว Vinacafe ดูแลกาแฟทั้งระบบทั้งการผลิต แปรรูปและการส่งออก Vinafruit ดูแลผักและผลไม้ และ Vinarubbers ดูแลอุตสาหกรรมยางพารา นอกจากระดับประเทศยังมี “Vietrade (Vietnam Trade Promotion Agency)” ทำหน้าที่ส่งออกครับ







