
คลินตัน-ทรัมป์ปูทางศึกใหญ่
กวาดคะแนนเสียงทิ้งห่าง เพิ่มกระแสกดดันคู่แข่ง
กวาดคะแนนเสียงทิ้งห่าง เพิ่มกระแสกดดันคู่แข่ง
ผลเลือกตั้งขั้นต้น 5 รัฐชี้ฐานเสียงตัวเต็งแข็งแกร่ง-คลินตันได้กระแสฮอลลีวู้ดช่วย
ผลการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี 5 รัฐ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ได้สร้างภาพที่ชัดเจนขึ้นของผู้ที่จะเป็นตัวแทนเข้าสู้ศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเต็งของพรรครีพับลิกันกวาดคะแนนเสียงใน 5 รัฐ ขณะที่ฝั่งของพรรคเดโมแครต ฮิลลารี คลินตัน คว้าชัยชนะใน 4 รัฐ คือเดลาแวร์ เพนซิลเวเนีย แมรีแลนด์ คอนเนกติคัต โดยแพ้ให้กับ เบอร์นี แซนเดอร์ส ในรัฐโรดไอร์แลนด์
ชัยชนะของคลินตันสร้างกระแสกดดันอย่างหนักและทำให้ข้อวิจารณ์ของแซนเดอร์สอ่อนกระแสลงไปทันที อย่างไรก็ตาม แซนเดอร์สยังประกาศว่า จะไม่ยอมออกจากการแข่งขันและจะสู้จนถึงการแข่งขันสุดท้าย โดยยังลุ้นการเลือกตั้งในรัฐใหญ่ที่เหลือ อย่างแคลิฟอร์เนียซึ่งมีคะแนนเสียงผู้แทนสูงถึง 475 เสียง
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาคลินตันยังสามารถขยายกลุ่มฐานเสียงได้ผ่านอิทธิพลของสื่อและคนดังในวงการฮอลลีวู้ด ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของพรรคอีกด้วย โดย สตีเวน รอส ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า คนดังไม่ได้ทำให้คะแนนเสียงเปลี่ยนแปลงได้ แต่คนมีชื่อเสียงมีอิทธิพลในการชักจูงให้คนฟังข้อความของนักการเมือง และสนใจนโยบายของผู้สมัครเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ผู้สมัครคนนั้นอยู่ในความสนใจ
ข้อมูลการเงินในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งจนถึงวันที่ 31 มี.ค. เปิดเผยว่า นักแสดง ผู้บริหาร และลูกจ้างทั่วทั้งอุตสาหกรรมบันเทิง บริจาคให้กับโครงการหาเสียงของคลินตันแล้วมากกว่า 8.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 295 ล้านบาท) ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับวงการบันเทิง สวนทางกับจุดยืนของแซนเดอร์ส ที่มีนโยบายแนวสังคมนิยมอาจสร้างความกังวลต่อผู้บริหารและกลุ่มคนรวยในอุตสาหกรรม โดยโครงการหาเสียงของแซนเดอร์ส ระดมเงินบริจาคจากวงการบันเทิงได้เพียง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 35.14 ล้านบาท) ด้านผู้สมัครของพรร
ครีพับลิกันรวมกันได้รับเงินทุนจากวงการดังกล่าวอยู่ที่ 4.6 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 16.1 ล้านบาท) หรือราว 5% ของการบริจาคในวงการบันเทิงทั้งหมด
ทั้งนี้ คลินตันมีคะแนนเสียงผู้แทนสะสมอยู่ที่ 2,141 คะแนนเสียง ซึ่งขาดอีกเพียง 242 คะแนนก็จะถึงเกณฑ์เป็นตัวแทนของพรรค ทิ้งห่างจากแซนเดอร์สที่ 1,321 คะแนน ขาดอีก 1,062 คะแนน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ยังคงได้รับความนิยมจากฐานเสียงเดิม และยิ่งไปกว่านั้น ผลงานที่ดีเยี่ยมในรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือยังสะท้อนว่าทรัมป์ยังได้ะแนนเสียงในกลุ่มพลเมืองที่มีการศึกษาระดับสูงด้วย รวมทั้งมีฐานเสียงแข็งแกร่งในกลุ่มผู้มีรายได้ทุกระดับ
ระหว่างการปราศัย ทรัมป์วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสมัยที่คลินตันเป็นรัฐมนตรี และโจมตีว่าคลินตันใช้ความได้เปรียบจากการที่จะกลายมาเป็นประธานาธิบดีผู้หญิงคนแรกของสหรัฐ
ทรัมป์ระบุว่า ครูซและคาซิค ควรออกจากการแข่งขัน รวมทั้งเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนแซนเดอร์สเปลี่ยนฝั่ง โดยเมื่อเทียบสัดส่วนคะแนนเสียงผู้แทนที่เหลือ ทั้งครูซและคาซิคไม่สามารถได้รับคะแนนเสียงผู้แทนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 1,237







