
จีนแชมป์การค้าด้านอินโดฯก้าวติด1ใน10ผู้ผลิตโลก
จีนครองอันดับหนึ่งส่งออกโลกจากผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า แม้แรงซื้อโลกชะลอตัว ต้นทุนผลิตจีนสูงขึ้น
จีนครองอันดับหนึ่งส่งออกโลกจากผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า แม้แรงซื้อโลกชะลอตัว ต้นทุนผลิตจีนสูงขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างข้อมูลจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการจ้างงาน ว่า สัดส่วนการส่งออกของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 12.3% ของโลก ในปี 2014 เป็น 13.8% ของโลกในปี 2015 ส่งผลให้จีนครองอันดับ 1 ของโลกในด้านสัดส่วนการส่งออก และมากที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี
รอยเตอร์ส ระบุว่า การส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นของจีน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในด้านแรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าเงินของจีนที่แข็งค่าขึ้นเกือบ 20% เทียบเหรียญสหรัฐในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้จีนต้องเสียส่วนแบ่งการตลาดให้ผู้ผลิตที่มีต้นทุนถูกกว่า อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการผลิตในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้จีนยังสามารถผลิตผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การส่งออกและการผลิตของจีนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนี้ ส่งผลให้เกิดการล้นตลาดในภาคส่วนเหล็ก ซึ่งทำให้ราคาปรับตัวลดลงและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและคู่ค้า โดยจีนถูกกดดันจากนานาชาติให้ปรับลดกำลังการผลิต ในขณะที่แม้การส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่การนำเข้าของจีนก็ปรับลดลงไปด้วย ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่าจีนกำลังจะกดดันให้ผลิตภัณฑ์ต่างชาติออกจากตลาดในประเทศ
ก่อนหน้านี้ เพนนี พริทซเกอร์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ระบุว่า ถ้าหากจีนไม่เริ่มดำเนินการปรับลดการผลิตส่วนเกินให้เป็นรูปธรรมและมีกรอบเวลามากขึ้น เพื่อลดการผลิตที่เกินความต้องการในอุตสาหกรรมเหล็ก รัฐบาลประเทศอื่นๆ รวมทั้งสหรัฐ ก็จำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและแรงงานในประเทศ
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานอ้างข้อมูลจากองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ว่า อินโดนีเซียก้าวขึ้นมาจากประเทศซึ่งมีสัดส่วนการผลิตต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อันดับที่ 12 ของโลก ในปี 2014 เป็นอันดับที่ 10 ในปี 2015 แซงหน้ารัสเซียและสหราชอาณาจักร โดยมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 4 ของจีดีพี
ชยาม อูพาดฮยายา หัวหน้านักสถิติขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า อินโดนีเซียสามารถผลิตสินค้าออกมาได้ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ซึ่งทำให้ผู้ผลิตรายอื่นต่างปรับลดการผลิต โดยการผลิตดังกล่าวเป็นการผลิตเพื่อตอบสนองกับแรงซื้อในประเทศ
“เศรษฐกิจอินโดนีเซียมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค” อูพาดฮยายา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นยังเกิดจากการปรับตัวลดลงของการผลิตน้ำมันปาล์มและถ่านหิน หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลง และทำให้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียขยายตัวเพียง 4.7% เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี







