
ธรณีสะเทือนต่อเนื่อง เขย่าเอกวาดอร์ตาย77ศพ
เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นอีกครั้งที่ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของเอกวาดอร์ในทวีปอเมริกาใต้ ขนาด 7.8 ตามมาตรวัดริกเตอร์ ที่ความลึก 19 กิโลเมตร ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกอย่างน้อย 55 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 77 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 500 ราย และก่อให้เกิดความเสียหายอาคารถล่มทั่วเมืองบริเวณชายฝั่ง ขณะที่ประชาชนหลบหนีขึ้นพื้นที่สูง หลังแจ้งเตือนภัยสึนามิ ก่อนยกเลิกในเวลาต่อมา แต่ยังคงแจ้งเตือนคลื่นสูงบริเวณชายฝั่ง
เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นอีกครั้งที่ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของเอกวาดอร์ในทวีปอเมริกาใต้ ขนาด 7.8 ตามมาตรวัดริกเตอร์ ที่ความลึก 19 กิโลเมตร ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกอย่างน้อย 55 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 77 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 500 ราย และก่อให้เกิดความเสียหายอาคารถล่มทั่วเมืองบริเวณชายฝั่ง ขณะที่ประชาชนหลบหนีขึ้นพื้นที่สูง หลังแจ้งเตือนภัยสึนามิ ก่อนยกเลิกในเวลาต่อมา แต่ยังคงแจ้งเตือนคลื่นสูงบริเวณชายฝั่ง
แผ่นดินไหวดังกล่าวถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีที่เอกวาดอร์เผชิญ และได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงกรุงกีโต เมืองหลวงของเอกวาดอร์ที่อยู่ห่างจากชายฝั่งออกไป 173 กิโลเมตร รวมทั้งทำให้สะพานและทางหลวงถล่มลงทับรถยนต์ในเมืองกวายากิลที่ห่างชายฝั่ง 300 กิโลเมตร และมีหลายส่วนของอาคารพังลง
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ทันที และคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บางพื้นที่ในประเทศใกล้เคียงอย่างโคลอมเบียและเปรูก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนด้วย ขณะที่ประธานาธิบดี
ราฟาเอล กอห์เรีย ของเอกวาดอร์ ประกาศภาวะฉุกเฉินใน 6 จังหวัดใกล้เคียง และเตรียมเดินทางกลับจากนครวาติกันเพื่อร่วมติดตามและประสานงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัย
ขณะเดียวกัน อีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เกาะคิวชู จังหวัดคุมาโมโตของญี่ปุ่น ยังคงเผชิญกับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.3 ริกเตอร์ ซึ่งขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 41 ราย บาดเจ็บกว่า 2,000 ราย ด้านเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ตามซากถล่มของอาคาร เนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดการณ์จะมีฝนตกและอุณหภูมิของอากาศลดลงทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ ล่าสุดรัฐบาลท้องถิ่นคุมาโมโตและโออิตะแนะนำให้ผู้คนกว่า 1.8 แสนคน อพยพออกจากพื้นที่
ผู้ผลิตญี่ปุ่นปิดโรงงานหนีภัย
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลายแห่งที่มีโรงงานอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจังหวัดคุมาโมโตยังคงหยุดการดำเนินการชั่วคราว
ล่าสุด โตโยต้า มอเตอร์ ประกาศปิดโรงงานประกอบรถยนต์ทั่วประเทศเกือบทั้งหมด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ทำให้ไม่สามารถขนส่งวัตถุดิบมาจากทางตอนใต้ได้ ขณะที่ โซนี่ ยังคงปิดโรงงานผลิตเซ็นเซอร์สำหรับสมาร์ทโฟนในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งนางาซากิและโออิตะ และอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายของโครงสร้างและอุปกรณ์
นอกจากนี้ เรเนซัส อีสตอน บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนชิปของรถยนต์ ระบุว่าได้รับผลกระทบเสียหายในอุปกรณ์และบางส่วนของโรงงานในคุมาโมโต ทำให้ต้องระงับการดำเนินการของโรงงานมาตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยทางโรงงานยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย
ก่อนหน้านี้ เรเนซัส ระบุว่า ทางโรงงานในคุมาโมโตไม่ได้เตรียมสินค้าคงคลังไว้เผื่อเกิดภัยพิบัติ แต่ทางบริษัทได้เริ่มปรับให้โรงงานในหลายแห่งทั่วประเทศมีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น เพื่อให้ทุกโรงงานสามารถผลิตทดแทนกันได้เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหลังประสบปัญหาหนักในปี 2011
ทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในปี 2011 ทำให้บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นประสบปัญหาในการขนส่งวัตถุดิบ และทำให้การดำเนินการในทุกภาคส่วนของธุรกิจต้องหยุดชะงัก ซึ่งกระทบต่อภาคการผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น ทำให้ผู้ผลิตหลายรายปรับใช้การผลิตแบบทันเวลาพอดี (จัสต์อินไทม์) เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายและค่าใช้จ่ายต่อธุรกิจมาก
อย่างไรก็ตาม การส่งสัญญาณเตือนที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอของเหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด ยังสะท้อนให้เห็นว่าหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมยังคงไม่สามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้ดีนัก







