
แผ่นดินไหวญี่ปุ่น สะเทือนความเชื่อมั่นธุรกิจ
ญี่ปุ่นเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวอีกครั้ง มีขนาดรุนแรงกว่าเดิมที่ 7.3 มาตรวัดริกเตอร์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ญี่ปุ่นเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวอีกครั้ง มีขนาดรุนแรงกว่าเดิมที่ 7.3 มาตรวัดริกเตอร์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่คุมาโมโตทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ตามหลังเกิดเหตุ แผ่นดินไหวขนาด 6.5 ริกเตอร์ในจังหวัดเดียวกันเพียง 2 วัน นอกจากจะทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากแล้วยังทำให้ผู้คนต้องอพยพจากบ้านถึง 7 หมื่นคน ท่ามกลางความหวาดผวาของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของจังหวัดคุมาโมโต ที่เป็นที่รู้จักมาจากหมีคุมะมง แมสคอตสำคัญที่โด่งดังไปทั่วโลก รวมทั้งยังเป็นปลายทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมภูเขาไฟอาโสะ และพระราชวังที่โด่งดัง ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.5 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ในขณะที่ภูเขาไฟอาโสะก็เกิดปะทุขึ้น
ข้อมูลของสำนักรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดคุมาโมโตยังถือเป็น 1.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ(จีดีพี) ของญี่ปุ่น ขณะที่ 4 จังหวัดทางภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในปี 2011 มากที่สุด ก่อให้เกิดผลผลิต 6.2% ของจีดีพี
ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) หรือ ทันคัน สาขาคุมาโมโต พบว่า ความเชื่อมั่นของธุรกิจในจังหวัดมีแนวโน้มลดลง โดยบรรดาธุรกิจมีทัศนคติด้านลบมากกว่าด้านบวก ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจลดลงเป็นติดลบ 1 จุด จากความเชื่อมั่นระดับ 7 จุด
นอกจากนี้ ผลสำรวจความเชื่อมั่นดังกล่าว ยังเปิดเผยการคาดการณ์ความเชื่อมั่นของภาพรวมสำหรับธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารมีแนวโน้มลดลงไปอยู่ที่ ลบ 11 จุด ในเดือน มิ.ย. จากศูนย์ในเดือน มี.ค. ขณะที่ร้านค้าปลีกคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ 5 จุด จาก 20 จุด โดยที่กลุ่มธุรกิจเทียร์ 3 ซึ่งรวมถึงร้านค้าปลีก และอุตสาหกรรมการบริการถือเป็น 70% ของเศรษฐกิจในจังหวัดคุมาโมโต
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดช่วงที่ผ่านมาหลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและทำให้ความเชื่อมั่นในภาคการผลิตย่ำแย่ ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคการบริการเริ่มสะท้อนแนวโน้มว่าอาจจะลดลงในเดือน มิ.ย. จากข้อมูลผลสำรวจข้างต้น ก่อให้เกิดความกังวลว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจะชะลอตัว ท่ามกลางความอ่อนแอของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ และเหตุแผ่นดินไหวมีแต่จะซ้ำเติมให้ความเชื่อมั่นทางธุรกิจยิ่งแย่
“เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะมีแนวโน้มการขยายตัวอ่อนแอและเปราะบาง เนื่องจากไม่มีเครื่องมือกระตุ้นการเติบโตที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ และเหตุการณ์รุนแรงที่ไม่คาดฝันอาจจะทำให้ประเทศยิ่งได้รับผลกระทบหนักและก้าวเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้” ยาสุนาริ อูเอโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านการตลาดของบริษัทหลักทรัพย์มิตซูโฮ ในโตเกียว กล่าว







