
เศรษฐกิจจีนส่งออกพุ่ง 11.5
ส่งออกจีนพุ่งสูงเกินคาด หนุนเงินเอเชียแข็งค่าขึ้น ขณะไอเอ็มเอฟเพิ่มคาดการณ์จีดีพีจีนโต 6.5%
ส่งออกจีนพุ่งสูงเกินคาด หนุนเงินเอเชียแข็งค่าขึ้น ขณะไอเอ็มเอฟเพิ่มคาดการณ์จีดีพีจีนโต 6.5%
กรมศุลกากรจีนเปิดเผยว่า ยอดส่งออกเดือน มี.ค.ของจีนปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน และทะยานขึ้นถึง 11.5% แตะ 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.6 ล้านล้านบาท) เทียบรายปี ซึ่งบ่งชี้ถึงเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีนที่กลับมา หลังตัวเลขส่งออกเดือนก่อนหน้าเพิ่งร่วงลงอย่างหนัก 25%
รอยเตอร์สระบุว่า ยอดส่งออกเดือน มี.ค.ยังปรับตัวขึ้นดีกว่าคาดการณ์ หลังผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจต่างๆ ปิดทำการ ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 7.6% เป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกันแตะ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.5 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้า 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท)
นักวิเคราะห์มองว่า ข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือน มี.ค.ที่สดใส สะท้อนการส่งออกที่ซบเซากำลังจะสิ้นสุดลง แต่การฟื้นตัวดังกล่าวยังคงไม่แน่ชัดนัก ขณะที่ยังต้องรอดูสถานการณ์ในภาคการผลิตต่อไป
หม่าเสี่ยวผิง นักวิเคราะห์จากเอชเอสบีซี กล่าวว่า ยอดนำเข้าที่ลดลงกว่าคาดการณ์เป็นข้อมูลสำคัญที่น่าจับตามอง เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัว ช่วยหนุนให้อุปสงค์ภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น
ด้าน หวังไทชิ นักเศรษฐศาสตร์จากอินดัสเทรียล ซิเคียวริตี้ส์ กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (พีเอ็มไอ) และดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนเริ่มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 2
ขณะเดียวกัน สกุลเงินต่างๆ ในเอเชียต่างได้รับอานิสงส์จากข้อมูลส่งออกจีนที่สดใส ซึ่งทำให้นักลงทุนหันเหความสนใจจากสกุลเงินเยนที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากยิ่งขึ้น โดยสกุลเงินวอน เกาหลีใต้ รูเปียห์อินโดนีเซีย และเงินบาทแข็งค่าขึ้น เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียที่ขยับขึ้นใกล้แตะระดับสูงสุดของปี 2016 นำโดยดัชนีนิกเกอิ 225 ปิดบวก 2.8% สูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์
นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีน ยังสอดคล้องกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนขึ้นเป็น 6.5% จากเดิม 6.3% สำหรับในปี 2016 ขณะที่ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังอุปสงค์ภายในประเทศของจีนส่งสัญญาณฟื้นตัว และการขยายตัวในภาคบริการช่วยชดเชยกิจกรรมภาคการผลิตที่อ่อนแรง
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ที่ 6.5-7% สำหรับในปีนี้ หลังจากที่เศรษฐกิจจีนขยายตัวขึ้นเพียง 6.9% เมื่อปี 2015 ซึ่งชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 25 ปี
อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่าภาวะซบเซาของจีนไม่ได้รุนแรงดังเช่นที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ แต่ไอเอ็มเอฟระบุว่าการชะลอตัวของจีนยังคงส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลก และนักวิเคราะห์บางรายมองว่า ยอดการค้ากับต่างประเทศของจีนคงไม่พุ่งทะยานขึ้น เพราะแนวโน้มตลาดภายนอกไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก







