
เอฟดีไอพุ่งรับรัฐบาลถิ่นจอ
เอฟดีไอเมียนมาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เหตุการเร่งอนุมัติโครงการก่อนรัฐบาลใหม่รับตำแหน่ง
เอฟดีไอเมียนมาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เหตุการเร่งอนุมัติโครงการก่อนรัฐบาลใหม่รับตำแหน่ง
คณะกรรมการกำกับดูแลการบริหารจัดการการลงทุนและจัดการ (ดีไอซีเอ) ของเมียนมา เปิดเผยว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ปีงบประมาณ 2015/2016 ที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.3 แสนล้านบาท) สำหรับโครงการลงทุน 217 โครงการ หลังรัฐบาลเร่งอนุมัติข้อตกลงที่ค้างท่ออยู่จำนวนมาก ก่อนรัฐบาลชุดใหม่ที่นำ
โดยอองซานซูจี จะขึ้นบริหารประเทศในเดือน เม.ย.
เอฟดีไอของเมียนมาในปีงบปัจจุบันเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) โดยอุตสาหกรรมพลังงานดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมากที่สุด ตามด้วยการคมนาคม การสื่อสารและการผลิต
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาจะขยายตัว 8.4% ในปีงบประมาณ 2017 เนื่องจากยอดเอฟดีไอที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่ประสบความสำเร็จหลังการเลือกตั้งเดือน พ.ย. 2015 และเม็ดเงินลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จัดตั้งขึ้นใหม่ รวมถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วในด้านการคมนาคม โทรคมนาคมและพลังงาน
รายงานระบุว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่เข้าไปลงทุนในเมียนมามากที่สุดในปีงบ 2015/2016 โดยลงทุนใน 55 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท) แซงหน้าจีนคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเมียนมา ซึ่งลงทุน 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.1 แสนล้านบาท) ตามด้วยฮ่องกงและเนเธอร์แลนด์
การลงทุนในเมียนมาเริ่มขยายตัวหลังอดีตประธานาธิบดี เต็งเส่ง ดำเนินการปฏิรูปในปี 2012 เพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจที่ซบเซา จากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกและการวางนโยบายที่ไม่เหมาะสม โดยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเปิดทางให้ต่างชาติสามารถเข้าไปลงทุนในภาคธนาคาร โครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน และธุรกิจการเกษตร







