
'ห้าตะขาบ'ยาอมไทย เดินหน้าบุกเออีซี
จากสูตรลับยาอมสมุนไพรตั้งแต่รุ่นคุณปู่จากเมืองจีน ที่พัฒนามาสู่สินค้าของคนไทยตราห้าตะขาบที่มีอายุกว่า 80 ปี
โดย...รัชนีกร รัตนชัยฤทธิ์
จากสูตรลับยาอมสมุนไพรตั้งแต่รุ่นคุณปู่จากเมืองจีน ที่พัฒนามาสู่สินค้าของคนไทยตราห้าตะขาบที่มีอายุกว่า 80 ปี ถึงปัจจุบันนี้ในรุ่นทายาทกำลังพาแบรนด์รุกตลาดอาเซียน
ไพบูลย์ สิมะวรา ผู้จัดการต่างประเทศ บริษัท ห้าตะขาบ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจสินค้าลูกอมสูตรสมุนไพรในยุคบุกเบิกที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย แต่ยาอมห้าตะขาบเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยที่มาของชื่อ “ห้าตะขาบ” มาจากเลขห้าซึ่งเป็นเลขมงคลและตะขาบมาจากความเชื่อในเรื่องพิษล้างพิษ ที่ได้พัฒนาสินค้าพร้อมสร้างแบรนด์ทำตลาดจนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคชาวไทย
พร้อมมองโอกาสในตลาดอาเซียน ที่เห็นว่ามีความใกล้เคียงด้านวัฒนธรรมและพฤติกรรมการบริโภคกับของไทย บริษัทจึงวางนโยบายการทำตลาดต่างประเทศเพิ่ม ถึงปัจจุบันห้าตะขาบได้ขยายไปยัง 4 ประเทศอาเซียนแล้ว ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว และสิงคโปร์ พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดให้มีความเหมาะสมกับแต่ละประเทศที่ออกไป เช่น ออกแบบผลิตภัณฑ์ฮาลาล
สำหรับกลุ่มมุสลิม เป็นต้น ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคในเมียนมานั้น แต่เดิมก็ชอบผลิตภัณฑ์สมุนไพรอยู่แล้ว ห้าตะขาบจึงสามารถเข้าไปทำตลาดได้ และกลุ่มประเทศอาเซียนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย จึงทำให้สินค้าแบรนด์ไทยสามารถเข้าไปอยู่ในตลาดอาเซียนได้
โดยกลยุทธ์การตลาดสำคัญของห้าตะขาบ คือ ให้ความไว้วางใจในคู่ค้าเป็นอันดับแรก และการลงไปดูตลาดร่วมกันกับคู่ค้าด้วย อีกทั้งต้องศึกษาวัฒนธรรมของลูกค้าแต่ละประเทศให้ดีด้วย ปัจจัยหลักๆ ในการเลือกคู่ค้าในแต่ละประเทศของห้าตะขาบ สิ่งแรกคือความซื่อสัตย์ สองคู่ค้าอยู่ในอุตสาหกรรมยา และประการสุดท้ายเรื่องของเงินทุนรูปแบบการโฆษณาสินค้าของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันออกไป
ในกัมพูชามีหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ลาวมีโบชัวร์ยาแจกฟรี สิงคโปร์มีการทำวิดีโอแสดงให้เห็นว่าการทานยาอมแบบเม็ดนั้น สามารถพกพาสะดวกกว่ายาน้ำ และมีการโฆษณาโดยติดภาพโฆษณาบนรถบัส ส่วนเมียนมามีการติดป้ายไวนิลโฆษณาตามที่ต่างๆ รวมถึงร้านขายยา และด้วยความที่เมียนมานิยมรับประทานหมากและมีเคาน์เตอร์ขายหมากเป็นจำนวนมาก ห้าตะขาบจึงติดป้ายโฆษณาบนเคาน์เตอร์หมากด้วยเพื่อให้คนจดจำแบรนด์ได้ดี รวมถึงตัวสินค้าที่ดีแล้วมีการบอกต่อแบบปากต่อปากด้วย
ด้านคู่แข่งสินค้าในปัจจุบันที่แม้ว่ามีบางแบรนด์ที่เป็นเจ้าตลาดในอาเซียน แต่ห้าตะขาบจะใช้ประสิทธิภาพที่ดีและจุดเด่นของสินค้าที่สามารถพกพาได้ พร้อมเข้มงวดในการดูเรื่องการขึ้นทะเบียนยาโดยมีเอกสารสนับสนุนจากไทย
โดยในปีที่ผ่านมามียอดขายราว 600 ล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 80% ต่างประเทศ 20% คาดปีนี้จะโตขึ้น 20% จากการขยายธุรกิจห้าตะขาบไปทั้งในและนอกตลาดอาเซียน เช่น บังกลาเทศ ศรีลังกา เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งในปี 2559 จะเข้าไปยังเวียดนามและมาเลเซีย ส่วนในปี 2560 มีแผนไปยังอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์







