posttoday
2นายแบงก์ใหญ่ยุโรปลาออกเซ่น "ปานามาเปเปอร์ส"

2นายแบงก์ใหญ่ยุโรปลาออกเซ่น "ปานามาเปเปอร์ส"

09 เมษายน 2559

นายแบงก์ยุโรปทยอยลาออกเซ่นกรณีปานามา ด้านผู้นำอังกฤษรับเคยถือหุ้นแต่ขายหมดแล้ว

นายแบงก์ยุโรปทยอยลาออกเซ่นกรณีปานามา ด้านผู้นำอังกฤษรับเคยถือหุ้นแต่ขายหมดแล้ว 

รอยเตอร์ส รายงานว่า จากกรณีการเปิดเผยข้อมูลการตั้งบริษัทนอกอาณาเขต (ออฟชอร์) หรือ ปานามา เปเปอร์ส ล่าสุดมีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องลาออกจากตำแหน่งเพิ่มแล้วอีก 2 ราย ตามหลังอดีตผู้นำไอซ์แลนด์ คือ ไมเคิล แกรมเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของธนาคารไฮโป แลนส์แบงก์ โวรัลเบิร์ก ในออสเตรีย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับมอสแซ็ค ฟอนเซกา

รายงานระบุว่า ธนาคารไฮโป ซึ่งแกรมเมอร์เป็นซีอีโอมาตั้งแต่ปี 2012 มีส่วนเชื่อมโยงกับการตั้งบริษัทออฟชอร์ผ่านทางบริษัททรัสต์หลายแห่งในประเทศลิกเตนสไตน์ ขณะที่คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินในออสเตรียกำลังดำเนินการสอบสวนว่าธนาคารไฮโป และธนาคารอื่นๆ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วนเพื่อป้องกันการฟอกเงินหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แกรมเมอร์ ได้กล่าวย้ำว่า ธนาคารไม่ได้กระทำผิดกฎหมายใดๆ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า เบิร์ท เมียร์สัดท์ ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการที่ปรึกษาของ เอบีเอ็น อัมโร ธนาคารรายใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน หลังมีชื่ออยู่ในกรณีของปานามา เปเปอร์ส

ด้านนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ได้กล่าวยอมรับแล้วว่า ตนเองและภรรยาเคยมีหุ้น 5,000 หุ้น อยู่ในบริษัท แบร์มอร์ อินเวสต์เมนต์ ทรัสต์ ในบาฮามาส ที่มีบิดาของตนเองเป็นเจ้าของตามรายงานข่าวจริง แต่ได้ขายหุ้นทั้งหมดในราคาราว 3 หมื่นปอนด์ (เกือบ 1.5 ล้านบาท) ไปตั้งแต่เดือน ม.ค. 2010 ก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อป้องกันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

“ผมต้องการเคลียร์ให้กระจ่างที่สุดตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพราะผมไม่มีอะไรปิดบังหรือต้องหลบซ่อน”คาเมรอน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ขณะที่คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินอังกฤษ ระบุว่า ได้มีคำสั่งให้สถาบันการเงินราว 20 แห่ง ชี้แจงอธิบายความสัมพันธ์กับบริษัทกฎหมาย มอสแซ็ค ฟอนเซกา ภายในวันที่ 15 เม.ย.นี้ เช่นเดียวกับหน่วยงานกำกับดูแลกิจการธนาคารและบริษัทประกันในฝรั่งเศส ที่มีการแจ้งไปยังสถาบันการเงินจำนวนหนึ่งเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวเช่นกัน 

ทั้งนี้ ปานามา เปเปอร์ส ระบุว่ามีธนาคารเอชเอสบีซีเกี่ยวข้องกับการตั้งบริษัทออฟชอร์ครั้งล่าสุดนี้ถึง 2,300 แห่ง ธนาคารเครดิตสวิส 1,105 แห่ง ธนาคารยูบีเอส 1,100 แห่ง และธนาคารโซซิเอเต เจเนราล 979 แห่ง และยังมีธนาคารทั่วโลกที่ร่วมกับมอสแซ็ค ฟอนเซกา รวมแล้ว 365 แห่งทั่วโลก ทว่าธนาคารที่ถูกระบุชื่อทั้งหมดต่างยืนยันก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่มีการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย 

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท