posttoday
อูเทียนทุน เจ้าพ่อน้ำดำ

อูเทียนทุน เจ้าพ่อน้ำดำ

28 มีนาคม 2559

บริษัท เมียนมา โกลเด้น สตาร์ ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้า และผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

บริษัท เมียนมา โกลเด้น สตาร์ ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้า และผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค ที่แม้ว่าจะผ่านร้อน ผ่านหนาว จากความไม่มั่นคงทางการเมืองในเมียนมามาหลายสมัย แต่ยังสามารถบริหารกิจการจนเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศได้ในปัจจุบัน

เทียน ทุน (U Thein Tun) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท เมียนมา โกลเด้น สตาร์ ได้เริ่มต้นกิจการรูปแบบนำเข้าและส่งออกตั้งแต่ปี 2504 ในชื่อว่า Aung Nyunt Swe ซึ่งมีความหมายว่า ชัยชนะที่เรืองรอง (โกลเด้น วิคตอรี) ถือเป็นผู้ประกอบการของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่กี่คนในยุคนั้น ที่มีธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า โดยตัวเขาเองต้องเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง อินเดีย ไทย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างหุ้นส่วนทางธุรกิจ

จุดเปลี่ยนของบริษัทที่ทำให้เติบโตยิ่งขึ้นและเป็นที่รู้จักทั่วโลก คือ การนำเข้าเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบรนด์เป๊ปซี่เข้ามาในประเทศเมียนมาในปี 2534 ทำให้บริษัทเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ทว่าหนทางด้านเศรษฐกิจสดใสได้ไม่นานนัก บริษัทของเขาต้องพบกับมรสุมอีกครั้งเมื่อประเทศเผชิญกับการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในปี 2539 ทำให้เป๊ปซี่ถอนตัวออกไปในปี 2539-2540

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เขามีข้อคิดในการทำธุรกิจว่า ให้มองไปในอนาคตว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง และอย่าจมกับอดีต เขาจึงตัดสินใจผลิตน้ำอัดลมด้วยตัวเอง และนำเข้าวัตถุดิบบางส่วนจากต่างประเทศ พร้อมสร้างแบรนด์ “สตาร์โคล่า” ขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันเขายังเป็นเจ้าของ 5 แบรนด์น้ำอัดลมในเมียนมา คือ สตาร์โคล่า (Star Cola) แควน (Quench) แควน โซดา (Quench Soda) ครัชเชอ (Crusher) ครัชเชอ โซดา (Crusher Soda)

เทียนทุน ให้ข้อคิดว่า ปัจจุบันเมียนมาสามารถสร้างเครื่องดื่มที่มีคุณภาพได้ เพียงแต่ต้องเรียนรู้จากแบรนด์ต่างประเทศทีละขั้นตอน นอกจากนี้การตลาดมีความสำคัญมาก สามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงการพัฒนาด้านการบริการลูกค้า ซึ่งปัจจุบันแบรนด์เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียง อย่าง เป๊ปซี่ และโค้ก สามารถเข้ามาทำการตลาดในเมียนมาได้โตยตรง แบรนด์ท้องถิ่นจึงต้องปรับปรุงคุณภาพให้ทัดเทียมกับแบรนด์ต่างชาติ รวมถึงการพัฒนาด้านโลจิสติกส์เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน สำหรับนักธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มในเมียนมา เพื่อเรียนรู้การกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง ไม่เช่นนั้นก็จะหายไปจากตลาดเครื่องดื่มและอาหารได้

ขณะที่แนวทางการทำตลาดในอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทสามารถเติบโตขึ้นได้แต่คงไม่ได้เติบโตแบบรวดเร็วอย่างในอดีต ทำให้เทียนทุนมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยให้ความสนใจในด้านโรงแรมและการท่องเที่ยว โดยมีโรงแรมในย่างกุ้ง พุกาม และทะเลสาบอินเล อีกทั้งยังสนใจมองหาหุ้นส่วนด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหารอินทรีย์ (ออร์แกนิก) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่องทางการปรับตัวของบริษัท เพื่อรองรับกระแสการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

จากการเป็นผู้ประกอบการที่มีมุมมองกว้างไกล ทันเหตุการณ์ และเรียนรู้การปรับตัวทางธุรกิจอย่างทันท่วงที ทำให้กิจการเติบโตมานานกว่า 50 ปี และเมื่อประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเขาไม่ลืมที่จะคืนกำไรสู่สังคมอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล