
เร่งคืนภาษีกองถ่ายหนัง
กรมการท่องเที่ยวเร่งตั้งราคากลางคืนภาษีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ แข่งชาติอาเซียน หวังเพิ่มรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้าน
กรมการท่องเที่ยวเร่งตั้งราคากลางคืนภาษีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ แข่งชาติอาเซียน หวังเพิ่มรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้าน
น.ส.วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างเร่งตั้งราคากลางคืนภาษีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างชาติในไทย เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติให้กรมสามารถคืนสิทธิประโยชน์ให้กับกองถ่ายภาพยนตร์ได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับชาติอาเซียนและเวทีโลกได้
ทั้งนี้ คาดว่าจะพิจารณาตั้งราคากลางให้แล้วเสร็จในอีก 1-2 เดือนนี้ โดยแนวทางการตั้งราคากลาง เพื่อจัดระเบียบสร้างหลักเกณฑ์การขอคืนภาษีให้กับกองถ่ายภาพยนตร์ ป้องกันการสับสนและความลักลั่นในการทำธุรกิจ เช่น ค่าจ้างผู้ประสานงาน ค่าจ้างการเดินทางขนส่ง ค่าโรงแรมที่พัก การว่าจ้างคนท้องถิ่นทำงาน ซึ่งการตั้งราคากลางจะช่วยให้ธุรกิจเถื่อนเข้ามาอยู่ในกฎหมายมากขึ้น ทำให้กระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น
นอกจากนี้ จะสร้างจุดขายให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ได้รับการพิจารณาจากกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างชาติมากขึ้น โดยคาดว่าจะทำให้รายได้เติบโตกว่า 2 เท่า หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท/ปี จากปี 2558 ที่ผ่านมา ไทยมีรายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์ประมาณ 3,000 ล้านบาท
ปัจจุบันชาติอาเซียน เช่น มาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม ต่างวางเกณฑ์ให้สิทธิประโยชน์กับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่มาเลือกใช้สถานที่ของแต่ละประเทศเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ อาทิ มาเลเซียยกเว้นภาษีทุกประเภท และคืนค่าใช้จ่ายบางส่วนแก่คณะถ่ายทำ รวมทั้งประเทศอาเซียนบวก 3 อย่างจีน ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้ 10% ประเทศออสเตรเลีย (อาเซียนบวก 6) คืนภาษีสูงสุด 12.5% ของยอดค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำภาพยนตร์ทั้งหมด เป็นต้น
“ที่ผ่านมากองถ่ายหนังต่างชาติมาไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิประโยชน์ใดๆ จึงเชื่อว่าหลังตั้งราคากลางเสร็จ ไทยจะมีความได้เปรียบกว่าชาติอื่นๆ เพราะมีความพร้อมเรื่องสถานที่ถ่ายทำ อุปกรณ์ บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จะเป็นอีกจุดขายที่โดดเด่นในอาเซียน” น.ส.วรรณสิริ กล่าว
สำหรับที่ผ่านมา กรมได้พยายามผลักดันสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การคืนภาษีดารา นักแสดงนำ การลดภาษีนำเข้า อุปกรณ์ เป็นต้น แต่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์มีมาตรการส่งเสริมที่ชัดเจนกว่าไทย ซึ่งหากต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ของอาเซียนต้องเร่งผลักดันมาตรการด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยเร็ว







