
เจาะลึกทริปประวัติศาสตร์ ผู้นำสหรัฐเยือนคิวบารอบ88ปี
การเดินทางเยือนของโอบามายังไม่ส่งผลกระทบต่อการเมืองของคิวบา กระบวนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ต้องใช้เวลา
การเดินทางเยือนของโอบามายังไม่ส่งผลกระทบต่อการเมืองของคิวบา กระบวนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ต้องใช้เวลา
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ เดินทางเยือนประเทศคิวบาเป็นเวลา 3 วัน โดยเริ่มจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นการเยือนของผู้นำสหรัฐคนแรกในรอบ 88 ปี และเป็นการสานสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดที่สุดนับตั้งแต่สิ้นเยื่อใยระหว่างกันหลังการปฏิวัติของอดีตผู้นำคอมมิวนิสต์ ฟิเดล คาสโตร เมื่อปี 1959 โดยการเยือนครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ผู้นำสหรัฐกับประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร ของคิวบา ประกาศฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมานานกว่า 5 ทศวรรษ เมื่อปลายปี 2014
ผู้นำสหรัฐมีกำหนดการเข้าหารือกับประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงฮาวานา โดยมีการจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่นั่น หัวข้อการพูดคุยของฝั่งสหรัฐเน้นที่การปฏิรูประบอบประชาธิปไตยและเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยโอบามากล่าวย้ำก่อนเข้าพบคาสโตรว่า จะผลักดันให้ผู้นำคิวบายอมรับเรื่องเสรีภาพในการพูดและแสดงความคิดเห็นของประชาชนด้วย
ส่วนคิวบาเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าส่งออกสินค้าจากคิวบา และให้ส่งฐานทัพเรือในอ่าวกวนตานาโมคืนแก่ คิวบาก่อนที่ทั้งสองประเทศจะฟื้นความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ ชาวคิวบาคาดหวังว่าสหรัฐจะยกเลิกการห้ามนำเข้าส่งออกสินค้าโดยสิ้นเชิง แต่การจะยกเลิกได้นั้นต้องผ่านการเห็นชอบของสภาคองเกรส ซึ่งที่ผ่านมาโอบามาพยายามผลักดันให้ยกเลิกมาตรการนี้หลายครั้ง แต่ถูกพรรครีพับลิกันขัดขวางไว้ ที่ผ่านมาจึงทำได้เพียงลดข้อจำกัดเรื่องการค้าและการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ในวันสุดท้าย โอบามามีกำหนดพูดปราศรัยผ่านการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์คิวบา และเข้าชมการแข่งขันเบสบอลเมเจอร์ลีก ระหว่างทีมชาติคิวบาและทีมแทมปา เบย์ เรย์ส จากรัฐฟลอริดา
แม้บรรยากาศความอึดอัดในคิวบาจะเริ่มผ่อนคลายลงหลังการพบปะของสองผู้นำครั้งก่อนหน้า อาทิ การอนุญาตให้ใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ หรือการที่ชาวคิวบาสามารถถกเถียงเรื่องการเมืองของประเทศได้อย่างสะดวกใจ แต่ผู้นำประเทศยังยืนยันจะไม่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองและไม่ลดมาตรการจำกัดเสรีภาพของสื่อ ด้านประชาชนทั่วไป เช่น โอดิเลีย คอลลาโซ
ชาวคิวบาที่อาศัยในกรุงฮาวานาวัย 79 ปี แสดงความเห็นว่ามีความเชื่อมั่นต่อการเดินทางเยือนของผู้นำสหรัฐว่าจะนำพาสิ่งดีๆ มาให้ชาวคิวบา
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายเห็นว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดย ไมเคิล ชิฟเตอร์ หัวหน้าสถาบัน Inter-American Dialogue ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบนโยบายของสหรัฐ มองว่า การเดินทางเยือนของโอบามาจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเมืองของคิวบาในทันทีทันใด กระบวนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ต้องใช้เวลาสักระยะ สภาคองเกรสต้องเลิกแบนการขนส่งสินค้าเป็นอันดับแรก รวมทั้งรัฐบาลคิวบาก็ต้องเร่งเปลี่ยนแปลงการปกครองและเศรษฐกิจ และปรับปรุงเรื่องสิทธิมนุษยชน
ภาพ...เอเอฟพี
ทื่มา www.m2fnews.com







