
พม่าลุยเลือกผู้นำใหม่
อองซานซูจีชี้ผู้นำใหม่ของเมียนมาจะไร้อำนาจ และต้องทำตามจุดยืนของพรรคเอ็นแอลดี
อองซานซูจีชี้ผู้นำใหม่ของเมียนมาจะไร้อำนาจ และต้องทำตามจุดยืนของพรรคเอ็นแอลดี
อองซานซูจี เลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แชนแนล นิวส์เอเชีย ในสิงคโปร์ ว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาต้องบริหารประเทศให้สอดคล้องกับจุดยืนของพรรค โดยบุคคลผู้นั้นต้องตระหนักว่าตำแหน่งดังกล่าวปราศจากอำนาจบริหารเป็นของตัวเอง
ซูจี ยังเน้นย้ำด้วยว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ที่ขาดอำนาจในการบริหารประเทศจะไม่กระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลจะยังบริหารประเทศตามแนวทางที่เหมาะสม และประธานาธิบดีจะรู้ขอบเขตอำนาจของตัวเอง
อย่างไรก็ดี แม้หลายฝ่ายจะมองว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาจะเป็นเพียงหุ่นเชิดของพรรคเอ็นแอลดีเท่านั้น แต่โตจ่อหล่าย นักวิเคราะห์การเมือง ระบุว่า ประชาชนที่เลือกพรรคเอ็นแอลดีเพราะอองซานซูจีจะไม่มีปัญหากับประธานาธิบดีตัวแทน เนื่องจากประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงและประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือน
"ดังนั้นเมื่อประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนขึ้นดำรงตำแหน่ง ผมคิดว่าประชาชนจะสนับสนุนเขา และไม่สนใจว่าจะเป็นประธานาธิบดีตัวแทนหรือไม่" โตจ่อหล่าย กล่าว
ทั้งนี้ สำนักข่าวเอพีเปิดเผยรายชื่อที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา คือ ถิ่นจ่อ วัย 70 ปี คนสนิทของซูจี นักการเมืองมากประสบการณ์ของพรรคเอ็นแอลดี และที่ปรึกษาใกล้ชิด โดยถิ่นจ่อถือเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่มีอำนาจกว้างขวาง
นอกจากนี้ ยังประกอบไปด้วย ถิ่นเมียววิน วัย 64 ปี แพทย์ประจำตระกูลของซูจีและคนสนิทที่เข้าร่วมการเจรจากับกองทัพ ทว่าถิ่นเมียววินไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองและไม่มีภูมิหลังทางการทหารที่จะทำให้กองทัพพึงพอใจ
ในขณะที่ถิ่นมาร์อ่อง ผู้ช่วยส่วนตัวของซูจี ซึ่งได้รับการยอมรับจากกลุ่มชาติพันธุ์ มีแนวโน้มได้รับตำแหน่งเช่นกัน โดยเอพีระบุว่า ซูจีต้องการให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเป็นสตรีหรือมาจากกลุ่มชาติพันธุ์
อย่างไรก็ดี บรรดานักลงทุนต่างชาติต่างต้องการสัญญาณจากผู้นำเมียนมาคนใหม่ ว่า รัฐบาลชุดใหม่จะพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ดีขึ้นอย่างไร และจะบริหารเศรษฐกิจของประเทศในทิศทางใด
โธมัส ฮักเกอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ เอเชีย ฟรอนเทียร์ แคปปิตอลผู้จัดการกองทุนในฮ่องกง ระบุว่า เมียนมาเป็นประเทศสุดท้ายในเอเชียที่ยังไม่เปิดตลาด จึงถือเป็นโอกาสดีสำหรับ นักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศที่เริ่มทุกอย่างจากศูนย์







