
การค้าในอาเซียนคึกคัก
ไอเอ็มเอ็ฟชี้ อาเซียนทำการค้าภายในคึกคักกว่าอียู แนะรัฐกระตุ้นลงทุนในภูมิภาค
ไอเอ็มเอ็ฟชี้ อาเซียนทำการค้าภายในคึกคักกว่าอียู แนะรัฐกระตุ้นลงทุนในภูมิภาค
หนังสือพิมพ์เดอะ บิซิเนส ไทมส์ ในสิงคโปร์ ระบุว่า แม้การทำการค้าภายในภูมิภาคของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะยังมีมูลค่าที่ไม่สูงนัก ทว่าปริมาณการทำการค้าระหว่างกันกลับเข้มข้น และแซงหน้าการค้าภายในของกลุ่มประเทศอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) สะท้อนถึงสัญญาณที่ยังดีของอาเซียน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยข้อมูลดัชนีความเข้มข้นทางการค้า (ทีไอไอ) ในปี 2014 ว่า ความเข้มข้นทางการค้าในอาเซียนอยู่ที่ 3.54 จุด สูงกว่าดัชนีทีไอไอของอียู ซึ่งอยู่ที่ 2.04 จุด
สันชิตา บาซู ดาส จากสถาบันศึกษาอาเซียน (ไอเอสอีเอเอส) ของสิงคโปร์ ระบุว่า การที่ดัชนีทีไอไอของอาเซียนสูงกว่าอียูสะท้อนว่า ประเทศในอาเซียนทำการค้ากันเองมากกว่าประเทศอื่นนอกภูมิภาค หรือกล่าวอีกแง่หนึ่ง คือ เครือข่ายการผลิตในอาเซียนมีความแน่นแฟ้นสูง
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ที่ 24.22% ส่วนมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอียูอยู่ที่ 64.53% เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการค้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภูมิภาค
บาซู ดาส ระบุว่า แม้มูลค่าการค้าภายในประเทศอาเซียนจะต่ำ แต่ดัชนีทีไอไอกำลังปรับตัวขึ้น ซึ่งสูงกว่าในสหภาพยุโรป ดังนั้นการค้าภายในอาเซียนจึงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
ดัชนีทีไอไอ ยังสะท้อนว่า มูลค่าการค้าภายในภูมิภาคไม่ได้สะท้อนถึงความเข้มข้นของการค้าที่เกิดขึ้น เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงขนาดของภูมิภาคด้วย เพราะยิ่งภูมิภาคมีขนาดใหญ่เท่าใด ตัวเลขการค้าในภูมิภาคนั้นจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นด้วย ดังนั้นมูลค่าการค้าภายในอาเซียน 10 ประเทศ ย่อมน้อยกว่ามูลค่าการค้าภายในอียูซึ่งประกอบด้วย 28 ประเทศ
นอกจากนี้ การที่อาเซียนให้ความสำคัญกับการค้าในภูมิภาค จะสนับสนุนการสร้างตลาดร่วมในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการตามวัตุประสงค์ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ด้าน เจฟ อึ้ง นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (สิงคโปร์) ระบุว่า ปริมาณการส่งออกภายในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนว่าเครือข่ายการผลิตในอาเซียนนั้นอยู่ในภาวะดี
ขณะที่รายงานของไอเอฟเอ็มดังกล่าว ยังระบุอีกว่า การมีความเข้มข้นทางการค้าในภูมิภาคที่สูง จะส่งผลต่อความสอดคล้องกันของวัฏจักรธุรกิจ (บีซีเอส) และหากมีความเข้มข้นทางการค้าในภูมิภาคสูงมากเท่าใด จะส่งดีต่อความสมดุลในการเพิ่มและลดการจ้างงาน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีทีไอไอลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 4.26 ในปี 2005 สู่ 3.54 ในปี 2014 ซึ่งการลดลงของดัชนีดังกล่าวเป็นสัญญาณว่า การค้าภายในภูมิภาคอาเซียนมีความคึกคักลดลง
บาซู ดาส เสนอว่า ภาครัฐของแต่ละประเทศควรหาวิธีการกระตุ้นตัวเลขดัชนีทีไอไอให้สูงขึ้น เช่น กระตุ้นการลงทุนในภูมิภาค หรือพัฒนาพิธีการศุลกากรให้มีความทันสมัยมากขึ้น







