posttoday
Shizuoka 15

Shizuoka 15

06 มีนาคม 2559

ขอย้อนกลับมาที่คาบสมุทร Izu อีกรอบเพราะช่วงนี้มีสถานที่อีกแห่งหนึ่งเริ่มได้รับความสนใจจากนักเที่ยวชาวไทยก็คือ เมือง Kawazu

ขอย้อนกลับมาที่คาบสมุทร Izu อีกรอบเพราะช่วงนี้มีสถานที่อีกแห่งหนึ่งเริ่มได้รับความสนใจจากนักเที่ยวชาวไทยก็คือ เมือง Kawazu

เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ฝั่งขวาตอนปลายคาบสมุทรอิสึ ถึงจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู เพราะเมืองนี้มีแหล่งน้ำแร่ถึง 7 แห่งด้วยกัน ซึ่งหาได้ยากมากในญี่ปุ่น โดยปกติเมืองนึงจะมีสายน้ำแร่เพียงแค่หนึ่งถึงสองชนิด หรืออย่างมากก็สามชนิด ยกเว้นเมืองออนเซนชื่อดังอย่างเบปปุ คุซัทสึ หรือโนโบริเบทสึ ที่มีน้ำแร่หลากสายหลายชนิด แต่เมืองคาวาซึนี้มีเจ็ดแห่งเจ็ดชนิด ถือว่าล่ำซำกว่าเพื่อนๆ ในเขตเดียวกัน แถมยังมีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป เช่น Imaihama กับ Kawazuhama แหล่งน้ำแร่ริมทะเล Yatsu onsen แหล่งน้ำแร่เก่าแก่กว่า 1,500 ปี  Mine onsen แหล่งน้ำแร่ที่มีแรงดันพุ่งสูงถึง 30 เมตร Odaru/Nandaru onsen แหล่งน้ำแร่ที่แวดล้อมไปด้วยป่าเขาและน้ำตกเจ็ดแห่ง เป็นต้น

Shizuoka 15

นอกจากน้ำแร่ขึ้นชื่อแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องดอกซากุระด้วย เพราะเป็นเพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น(ไม่รวมเกาะโอกินาวะ) ที่สามารถชมซากุระได้ตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. ดอกซากุระสายพันธุ์พื้นเมืองนี้ได้รับการปลูกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 เป็นพันธุ์ที่บานเร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ ชาวบ้านแถบนั้นเห็นว่าสวยงามก็เลยช่วยกันปลูกจนเต็มตลอดสองฝั่งแม่น้ำ Kawazu เวลาบานก็จะสะพรั่งไปด้วยสีชมพูของดอกซากุระกว่า 8,000 ต้น ตัดกับสีเหลืองของ Nanohana หรือดอกเรพซี้ดที่ปลูกขนานไปกับทางเดิน ข้างหนึ่งเป็นริมฝั่งน้ำ อีกข้างมีบ้านเรือนผู้คนสลับกับคาเฟ่เก๋ๆ หรือร้านอาหารเล็กๆ น่ารักๆ เหมาะแก่การเดินเล่นเป็นยิ่งนัก ผู้คนที่มาเดินเที่ยวแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นและกว่าครึ่งจะสูงวัย ถ้าท่านเดินทางมาจากโตเกียวก็สามารถนั่งรถไฟมาได้หลายวิธีหลายขบวน แต่สุดท้ายก็จะมาลงที่สถานี Kawazu เหมือนกันหมด และจากสถานีไม่ต้องกลัวว่าจะไปไม่ถูก เพราะผู้คนที่มากับขบวนรถไฟในช่วงนี้ล้วนแล้วแต่มุ่งหน้าสู่แม่น้ำคาวาซึแทบทั้งสิ้น ออกจากสถานีมาปุ๊บก็เจอแนวซากุระให้ปลื้มกันแล้ว พอเดินไปถึงแม่น้ำ โอ้โฮ! มันจะสวยอะไรขนาดนั้น เพราะตลอดความยาว 4 กิโลเมตร จากปากแม่น้ำริมทะเลเรื่อยขึ้นไปจนถึง Odoriko onsen สองข้างทางมีแต่ซากุระให้ดูกันจนเต็มอิ่ม ถ้าเดินกันแบบเรื่อยๆ ก็เดินได้เป็นชั่วโมง ไหนจะชมซากุระ ไหนจะถ่ายรูป หรือจะแวะจิบชากาแฟ ซื้อของตามร้านรวงข้างทางที่มาเปิดขายให้กับนักท่องเที่ยว มีทั้งของกิน ของแห้ง ผลหมากรากไม้ มีให้ซื้อกันเป็นระยะๆ หรือจะไปมองหาคาวาซึซากุระต้นแรกของย่านนี้ (Original Tree) ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะต้นแรกนี่แหละที่ทำให้ผู้คนทั่วญี่ปุ่นเรียกซากุระสายพันธุ์พื้นเมืองนี้ว่า Kawazuzakura

Shizuoka 15

ซากุระสายพันธุ์นี้ไม่ได้ให้ดูแค่เมืองคาวาซึเท่านั้น ยังมีอีกหลายแห่งที่ไปชมได้เช่นที่เมือง Minami Izu ที่อยู่เกือบปลายสุดของคาบสมุทรอิสึ ซึ่งที่นี่ก็มีแนวต้นซากุระริมฝั่งแม่น้ำเช่นเดียวกัน แต่ไม่ยาวเท่ากับที่เมืองคาวาซึ ที่น่าสนใจก็เพราะนักท่องเที่ยวยังน้อย เนื่องจากการเดินทางไม่สะดวกเท่า ต้องนั่งรถไฟสาย Izu Kyuko เลยเมืองคาวาซึมาจนสุดสายที่เมือง Shimoda แล้วนั่งรถบัสต่อมาอีก 20 นาที นอกจากแนวซากุระริมน้ำแล้ว ยังมีทุ่งดอกเรพซี้ดกว้างใหญ่ให้ถ่ายรูปด้วย ทั้งเมือง Kawazu และ Minami Izu สามารถมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับจากโตเกียวก็ได้ หรือจะมานอนแช่ออนเซนสักคืนก็เยี่ยม สะดวกแบบไหนเลือกกันได้ตามสะดวกครับ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล