posttoday
ซื้อกิจการอาเซียนพุ่ง 6 เท่า

ซื้อกิจการอาเซียนพุ่ง 6 เท่า

02 มีนาคม 2559

กูรูเผยควบรวมกิจการในอาเซียนจะเพิ่มเป็น 6 เท่าภายในปี 2020 กระตุ้นธุรกิจหน้าใหม่ขยายตัว

กูรูเผยควบรวมกิจการในอาเซียนจะเพิ่มเป็น 6 เท่าภายในปี 2020 กระตุ้นธุรกิจหน้าใหม่ขยายตัว

รายงานของโกลเดนเกต เวนเจอร์ บริษัทร่วมลงทุนในสหรัฐ เปิดเผยว่า การควบรวมและซื้อกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่าจากปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เกิดเอ็มแอนด์เออย่างน้อย 250 ครั้ง/ปี ภายในปี 2020 และจะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพเทคโนโลยี(เทคสตาร์ทอัพ)

โกลเดนเกต ระบุว่า บริษัทใหญ่ระดับโลกมีความต้องการตั้งฐานที่มั่นคงในตลาดที่ขยายตัวอย่างอาเซียน แต่ด้วยนโยบายของรัฐที่ทำให้เสียเปรียบการแข่งขันกับบริษัทท้องถิ่น บริษัทต่างชาติจึงหันมาใช้การควบรวมกิจการกับธุรกิจท้องถิ่นแทน เป็นผลให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น

ทั้งนี้ แนวโน้มการควบรวมกิจการในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับตลาดอื่นๆ เช่น ในสหรัฐ ซึ่งธุรกิจสตาร์ทอัพนิยมใช้การระดมเงินทุนผ่านการเปิดขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (ไอพีโอ) โดยตั้งแต่ปี 2005 มีธุรกิจเทคโนโลยีในอาเซียนเพียง 11 แห่งเท่านั้นที่เปิดไอพีโอ ขณะที่การควบรวมกิจการมีมากถึง 127 ครั้ง

วินนี ลอเรีย หุ้นส่วนผู้จัดการของโกลเดนเกต ระบุว่า การควบรวมกิจการมักจะให้ผลตอบแทนทางการเงินมากกว่าการเปิดไอพีโอ โดยเฉพาะหากนักลงทุนต้องการความได้เปรียบเรื่องยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งภายในภูมิภาค

รายงานยังระบุว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือได้มากขึ้น เป็นส่วนสำคัญที่กระตุ้นการขยายตัวของธุรกิจหน้าใหม่ในอาเซียนและช่วยให้สตาร์ทอัพหลายแห่งได้รับทุนสนับสนุนเป็นอย่างดี เช่น แกร็บแท็กซี่ ลาซาด้า และมาตาฮารีมอลล์

อย่างไรก็ตาม อาเซียนก็ยังมีช่องว่างในการขยายตัวของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รวมทั้งธุรกิจแชริ่งที่กำลังเติบโต รวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ยังคงอยู่ในขั้นต้นเมื่อเทียบกับในตะวันตก ทำให้บริษัทต่างชาติต้องการเข้ามาเชื่อมต่ออุตสาหกรรมทั้งสองผ่านความร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น

ขณะที่ในปีที่ผ่านมา บริษัทลงทุนต่างชาติ อาทิ เซควอญ่า แคปปิตอล เคเคอาร์แอนด์โค โกลเดนเกต และบริษัทหลักทรัพย์ในสิงคโปร์อย่างนอร์ทสตาร์ ต่างเริ่มตั้งกองทุนร่วมลงทุนสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพในอาเซียนเป็นมูลค่าถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.12 หมื่นล้านบาท)

นอกจากนี้ ตลาดอาเซียนซึ่งมีประชากรราว 600 ล้านคน ยังคล้ายกับตลาดจีนในสมัยก่อน ที่มีแนวโน้มขยายตัวขึ้นจากปัจจัยการเติบโตของชนชั้นกลางอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์