
สระแก้วเชิญนักลงทุน สัมมนาเขตศก.พิเศษ
เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วประตูการค้าสำคัญอันดับ 1 ของชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นลำดับ
โดย...สวาท เกตุงาม
เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วประตูการค้าสำคัญอันดับ 1 ของชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นลำดับ
ล่าสุด ภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของจ.สระแก้ว ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะแรกมีการติดขัดอยู่บ้างในเรื่องที่ดินที่จะจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ขณะนี้ไม่มีปัญหาแล้วและคาดว่าจะดำเนินการได้ในกลางปี 2559 นี้ และในวันที่ 1 มี.ค.นี้กรมการค้าภายในประเทศได้เชิญนักลงทุนชาวต่างชาติมาประชุมชี้แจงแนวทางการลงทุน การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ด้าน ประมวล เขียวขำ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว ได้พัฒนามาตามลำดับ โดยในขณะนี้กรมธนรักษ์ได้อนุติที่ดินในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมแล้วกว่า 600 ไร่ เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ผู้ลงทุนสามารถเช่าพื้นที่ในราคาถูกได้ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลได้กำหนดไว้แล้ว
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้อนุมัติที่ดินในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม โรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว ที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ได้ในราวกลางปี 2559 นี้ เนื้อที่ประมาณ 679 ไร่ ติดกับทางหลวงชนบท สก.3085 ซึ่งเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (อุตสาหกรรมสีเขียว) โดยพื้นที่ จ.สระแก้ว มีความพร้อมมากที่สุด เนื่องจากไม่ติดปัญหาบุกรุกแต่อย่างใดและอยู่ในระหว่างปรับพื้นที่
โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ยรรยง ไชยรัตน์ทอง นายช่างสำรวจอาวุโส รักษาราชการแทน ธนารักษ์พื้นที่สระแก้ว ออกคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมตรวจสอบต้นไม้ และประเมินราคาต้นไม้ที่ได้มาจากที่ราชพัสดุในเขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยมี สุรัตน์ รัตนธรรม รองนายกเทศมนตรีตำบลป่าไร่ เป็นประธานกรรมการ
อย่างไรก็ตาม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ และจะเริ่มก่อสร้างได้ในเดือน ก.ค.
สำหรับจุดได้เปรียบของนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์สระแก้วนั้น มาจากฐานของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีเส้นทางการค้าระดับภูมิภาค หรือระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญ 3 เส้นทาง ประกอบด้วย แนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) เชื่อมโยงเวียดนาม-ลาว-ไทย-เมียนมา แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (NSEC) เชื่อมโยง จีน-เมียนมา-ลาว-ไทย และแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา
ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านด่านศุลกากรอรัญประเทศในปี 2558 ที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท และขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 16% ขณะที่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาลกัมพูชาก็จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต-โอวเนียง ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาแล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมทให้การค้าชายแดน ตลอดจนการลงทุนในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก







