posttoday
เปิดตลาดซีแอลเอ็มวี

เปิดตลาดซีแอลเอ็มวี

23 กุมภาพันธ์ 2559

สถาบันอาหารชี้เป้าเอสเอ็มอีเร่งส่งออกไปซีแอลเอ็มวี แนะมือใหม่เจาะตลาดตามแนวชายแดน

สถาบันอาหารชี้เป้าเอสเอ็มอีเร่งส่งออกไปซีแอลเอ็มวี แนะมือใหม่เจาะตลาดตามแนวชายแดน

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ในปีนี้ตลาดในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) จะเป็นตลาดส่งออกหลักของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารไทย เนื่องจากมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และยังมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ โดยคาดว่าอาหารแปรรูปในหมวดเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์นม และน้ำผักผลไม้จะเป็นกลุ่มที่เติบโตมากที่สุด

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของตลาดอาหารอาเซียนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.94% โดยมูลค่าส่งออกอาหารไปยังตลาดอาเซียนในปี 2558 อยู่ที่ 2.31 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 25.65% ของการส่งออกอาหารรวม

ขณะที่มูลค่าส่งออกอาหารไปยังตลาดซีแอลเอ็มวี ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 1.22 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 53% ของการส่งออกรวม ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 16.92% โดยประเทศที่ผู้ประกอบการไทยส่งออกไปมากที่สุด คือ เมียนมา 32% รองลงมาคือ เวียดนาม 31.5% กัมพูชา 20.5% และ สปป.ลาว 16%

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีประสบการณ์ แต่มีความสนใจที่จะส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปเข้าสู่ตลาดซีแอลเอ็มวีนั้น ขอแนะนำว่า ควรเริ่มจากการเจาะตลาดตามแนวชายแดนก่อน เมื่อมีแนวโน้มดีแล้วจึงค่อยรุกเข้าสู่ตลาดในเมืองหลักๆ ในแต่ละประเทศ หรืออาจจะเริ่มจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้ากับหน่วยงานภาครัฐ และรับคำแนะนำจากทูตพาณิชย์ของไทยที่ประจำประเทศต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยง

“การที่เศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้านกำลังพัฒนา การลงทุนและการท่องเที่ยวเติบโต ทำให้มีร้านค้าสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในเมืองสำคัญ ทำให้ตลาดอาหารแปรรูปมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก และการที่ผู้บริโภครุ่นใหม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้ง่าย รวมถึงภาพลักษณ์ของอาหารไทยที่แข็งแรงด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้า จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารไทยยังมีอนาคตสดใสในตลาดซีแอลเอ็มวี” นายยงวุฒิ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง