
กองทัพจีนผงาดเทียบชั้นมะกัน
เจ้าหน้าที่สหรัฐยอมรับแสนยานุภาพกองทัพจีนมีศักยภาพทางเทคโนโลยีทัดเทียมสหรัฐ
เจ้าหน้าที่สหรัฐยอมรับแสนยานุภาพกองทัพจีนมีศักยภาพทางเทคโนโลยีทัดเทียมสหรัฐ
ลอร์รี เจ โรบินสัน ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพอากาศประจำแปซิฟิกของสหรัฐ เปิดเผยว่า กองทัพจีนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้ทัดเทียมกับสหรัฐแล้ว แม้ความสามารถทางการทหารอากาศจะยังด้อยกว่าสหรัฐอยู่มากก็ตาม
โรบินสัน ระบุว่า ตั้งแต่ที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ก้าวเข้ามารับตำแหน่ง ก็ได้เน้นย้ำความสำคัญกับการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยเป็นอย่างมาก โดยมุ่งให้ความสำคัญแก่กองทัพเรือและอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงแสนยานุภาพทางทหารเพื่อสนับสนุนการยืนยันสิทธิเหนือพื้นที่พิพาทบริเวณทะเลจีนใต้
“เป็นที่ยอมรับว่าช่องว่างระหว่างความสามารถทางเทคโนโลยีของสหรัฐและจีนได้หมดไปแล้ว ความแตกต่างระหว่างทั้งสองคือการฝึกซ้อมรบของทหารอากาศ ซึ่งความสามารถของทหารอากาศระหว่างจีนและสหรัฐยังต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ” โรบินสัน กล่าว
นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดว่า งบประมาณของจีนที่เพิ่มขึ้น 30% ในปีนี้ ใช้ไปกับการลงทุนทางการทหาร นอกจากนี้จีนยังมีแนวโน้มจะเพิ่มงบประมาณทางการทหารอีกในเดือน มี.ค.นี้ จากความกังวลเรื่องทะเลจีนใต้และไต้หวัน โดยก่อนหน้านี้ค่าใช้จ่ายด้านการทหารของปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 10.1% ทั้งที่จีนเผชิญกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอยู่
ก่อนหน้านี้ รายงานของกระทรวงความมั่นคงของสหรัฐ เปิดเผยว่า ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของกองทัพจีน มีศักยภาพมากพอที่จะลดทอนข้อได้เปรียบของสหรัฐ อย่างความสามารถด้านเทคโนโลยีทางทหาร โดยรายงานดังกล่าวระบุว่า จีนลงทุนพัฒนาศักยภาพทหารในรูปแบบที่เป็นไปเพื่อต่อต้านมหาอำนาจคู่แข่งจากภายนอก ไม่ให้เข้ามาแทรกแซงปัญหาในภูมิภาคเอเชีย
นอกจากนี้ สหรัฐและจีนยังมีความขัดแย้งทางทหารอากาศอย่างมาก หลังความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมบนพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจำเพาะ (อีอีแซด) ซึ่งหลายประเทศชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตยในการจัดการกับทรัพยากรทางธรรมชาติใต้บาดาล โดยสหรัฐอ้างกฎหมายระหว่างประเทศอนุญาตให้นานาชาติดำเนินการบินเหนือดินแดนดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานที่ใช้มาตลอด แต่จีนกลับคัดค้านโดยอ้างเสรีภาพการบินจำกัดเฉพาะการบินพลเรือน
ขณะที่ โรบินสัน ระบุว่า สหรัฐจะยังคงปฏิบัติการด้านการบินในพื้นที่น่านฟ้าระหว่างประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม โรบินสัน เชื่อว่า นักบินจีนจะยังปฏิบัติการตอบโต้สหรัฐอย่างเหมาะสมตามระเบียบการดำเนินการ นอกจากนี้การปรากฏตัวของสหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังมีความสำคัญต่อเสถียรภาพในเอเชีย ในช่วงเวลาที่จีนขยายอิทธิพลทั้งทางเศรษฐกิจและการทหารมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน นิตยสารเดอะ ดิโพลแมท เปิดเผยภาพดาวเทียมที่สะท้อนว่า จีนขยายอาณาเขตเข้าไปในพื้นที่ของหมู่เกาะพาราเซล ในทะเลจีนใต้ โดยห่างออกไปประมาน 15 กิโลเมตร จากชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของฐานทัพจีนบนเกาะหยงชิ่ง
นอกจากนี้ ยังพบการก่อสร้างฐานลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนหมู่เกาะดันแคน ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของหมู่เกาะพาราเซล สะท้อนว่าจีนอาจจะกำลังพัฒนาเครือข่ายฐานทัพในบริเวณทะเลจีนใต้ เพื่อเสริมหน่วยสู้รบทางอากาศ







