posttoday
พะว้าพะวัง

พะว้าพะวัง

29 กรกฎาคม 2553

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ บอกว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นมาก...

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ บอกว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นมาก...

โดย...ธนพล ไชยภาษี

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ บอกว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นมาก แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ยังดำเนินต่อไป แต่ทว่าก็เกิดภาวะแห่งความไม่แน่นอนขึ้นในเศรษฐกิจ เบอร์แนนคี ใช้คำว่า Unusual Uncertainty แปลตรงตัวแบบงูๆ ปลาๆ แบบผมก็คือ ความไม่แน่นอนแบบไม่ปกติ

ความไม่แน่นอนที่ว่า แบบไม่ปกติที่ว่า กำลังกลายเป็นเมฆดำก้อนใหญ่มหึมาและปกคลุมน่านฟ้าสหรัฐอยู่ครับ เป็นสภาพแบบที่ว่า จะมั่นใจก็ไม่ใช่ เศรษฐกิจฟื้นเต็มที่แล้วก็ไม่เชิง คนจะใช้เงินก็กล้าๆ กลัวๆ ภาคธุรกิจจะขยายกิจการก็ยังกั๊กๆ กันอยู่ พูดตามประสาชาวบ้านก็คือ เกิดภาวะ “ความเข็ดขยาด” กันขึ้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ภาคธุรกิจต่างๆ ในสหรัฐ หลังจากที่ตัดลดค่าใช้จ่ายกันกระหน่ำ ทั้งคนงานทั้งต้นทุน ตัดโน่นนี่สารพัด จนสามารกลับมาทำกำไรกันได้ ซึ่งมีตัวเลขบอกว่าภาคธุรกิจสามารถทำกำไรรวมในปีนี้ได้มากถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไปแล้ว

ถ้าอยู่ในช่วงเศรษฐกิจแบบมั่นใจ เงินเหล่านี้จะถูกนำไปลงทุนต่อ ขยับขยายกิจการแน่นอน แต่ปรากฏว่า ณ ขณะนี้ ภาคธุรกิจสหรัฐกลับนั่งกอดกำไรกันเฉยๆ แม้กระทั่งจะกลับมาจ้างงานกันใหม่ก็ยังไม่กล้า
นั่นเป็นเพราะอะไร แน่นอนว่าเศรษฐกิจสหรัฐนั้นกลับมาแล้ว แต่ทว่าเศรษฐกิจโลกกำลังกลับเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอนอีกครั้ง คือ ง่ายๆ ว่าไม่ชัวร์นั่นเอง

ประการแรก คือ ปัญหาจากยุโรปที่กำลังเจอกับปัญหาหนี้รุมเร้า ซึ่งผลของปัญหานี้ยังจะไม่ผลิดอกออกผลให้เห็นในวันนี้วันพรุ่ง แต่ต้องดูกันในระยะยาว ว่าการตัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลต่างๆ นั้น จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการลงทุนของภาครัฐ และทำให้เกิดภาวะ “ฝ่อ” ในการลงทุนของเอกชนมากขนาดไหน

ปัญหานี้ถือเป็นปัญหาความกังวลอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้ครับ


ประการที่สอง ความหวังที่อยากจะให้จีนสวมบทอัศวินตี๋ขี่ม้าขาวช่วยเศรษฐกิจโลกนั้น ดูจะไม่เป็นจริงเสมอไปแล้ว เพราะว่าจีนเองก็กลัวครับ อะไรๆ ก็ไหลมาทางจีน ยิ่งทุนไหลเข้ามามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่ากลัวว่าจะสร้างความเสี่ยงให้กับภายในจีนเอง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฟองสบู่ที่เกิดจากการเก็งกำไรในตลาดสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งจีนเองนั้นก็ต้องยอมรับว่า ยังไม่มีวิชาเก่งกล้าสามารถสู้กับฝรั่งได้ดีพอ โดยเฉพาะในตลาดการเงิน

ยิ่งจีนโตมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะทำให้จีนเจอกับภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากเท่านั้น ตลอดเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เริ่มมีเสียงวิตกกังวลถึงปัญหาแรงงานของจีน ที่เริ่มมีการเรียกร้องสวัสดิการและค่าแรงเพิ่มขึ้นเป็นระยะๆ จีนสมัยนี้ไม่ใช่แรงงานราคาถูกเหมือนแต่ก่อนเสมอไป


นี่แหละครับ ที่เป็นปัจจัยให้รัฐบาลกรุงปักกิ่ง เร่งสยบความร้อนแรงของเศรษฐกิจเป็นระยะๆ โดยเฉพาะสกัดการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับปัญหาในยุโรปและแรงซื้อในอเมริกายังไม่กลับตัวเต็มที่ คาดว่าการส่งออกของจีนจากนี้ไปจะเริ่มแผ่วลง

ไม่ใช่เพียงแต่ในสหรัฐ ที่กำลังออกอาการพะว้าพะวงต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นนี้อยู่ คนไทยเองก็ต้องระวังตัวไว้เช่นเดียวกันครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท