
กางแผนพลังงานเมียนมา
เมียนมาเปิดแผนแม่บทพลังงาน คาดต้องการเงินลงทุน 3-4 หมื่นล้านเหรียญช่วง 20 ปี เน้นถ่านหิน
เมียนมาเปิดแผนแม่บทพลังงาน คาดต้องการเงินลงทุน 3-4 หมื่นล้านเหรียญช่วง 20 ปี เน้นถ่านหิน
คณะกรรมการบริหารจัดการพลังงานแห่งชาติของเมียนมา เปิดเผยแผนแม่บทด้านพลังงานของรัฐบาล ว่า คาดว่าความต้องการใช้พลังงานในประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก 12.2 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมัน (mtoe) ในปี 2555 เป็น 12.9 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมัน ในปี 2573
ขณะเดียวกัน คาดว่า ภาคอุตสาหกรรมพลังงานของเมียนมาจะต้องการเม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานอีกประมาณ 3-4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 15-20 ปีข้างหน้า และควรจะเน้นพลังงานจากถ่านหินมากขึ้น
ทั้งนี้ เมียนมาจะต้องพัฒนาแหล่งพลังงานหลายประเภท เพื่อให้มีปริมาณพลังงานเพียงพอกับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าว่าในปี 2573 สัดส่วนพลังงานจะประกอบด้วย ชีวมวล 33% น้ำมัน 22% ถ่านหิน 20% ก๊าซธรรมชาติ 13% พลังงานน้ำ 11% และพลังงานทดแทน 1%
แหล่งข่าวจากบริษัทน้ำมันต่างชาติรายหนึ่งในเมียนมา เปิดเผยกับเมียนมาไทม์ส ว่า ยอมรับแผนแม่บทดังกล่าว แต่เห็นชัดว่าแผนนี้ได้ประเมินศักยภาพการพัฒนาก๊าซธรรมชาติไว้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยตัวเองเชื่อว่าควรให้ความสำคัญกับก๊าซธรรมชาติและพลังงานน้ำเป็นอันดับแรกๆ และเห็นว่าการพัฒนาพลังงานถ่านหินจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และเมียนมาจะเป็นผู้แพ้รายหนึ่งของโลกในแง่ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาวะภูมิอากาศเกิดเปลี่ยนแปลง
ด้าน นายเคน ตัน ซีอีโอของพารามี เอนเนอร์จี้ กรุ๊ป กล่าวว่า แผนแม่บทให้น้ำหนักกับถ่านหินมาก และสนใจพลังงานทดแทนน้อย โดยเขาคิดว่าสัดส่วนพลังงานถ่านหินไม่ควรสูงถึง 33% และควรให้น้ำหนักกับพลังงานทดแทนอย่างน้อย 50% ขึ้นไป และควรจะมีการกำหนดยุทธศาสตร์การส่งออกพลังงานด้วย







