
จัดระเบียบความปลอดภัยท่องเที่ยว ปั้นไทยสวรรค์ชาวต่างชาติ
สร้างความงุนงงให้คนไทยอยู่ไม่น้อย เมื่อเวิลด์ อีโคโนมิกฟอรั่ม จัดอันดับความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัยของประเทศไทยปี 2558 อยู่อันดับ 132 จากทั้งหมด 141 ประเทศทั่วโลก แถมรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
สร้างความงุนงงให้คนไทยอยู่ไม่น้อย เมื่อเวิลด์ อีโคโนมิกฟอรั่ม จัดอันดับความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัยของประเทศไทยปี 2558 อยู่อันดับ 132 จากทั้งหมด 141 ประเทศทั่วโลก แถมรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน ทั้งๆ ที่ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเมืองไทยในปีที่แล้วมากกว่า 29.5 ล้านคน สะท้อนภาพได้ว่าเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากนานาชาติ
พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงจะเร่งตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่เวิลด์ อีโคโนมิกฯ ชี้วัดไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยในอันดับท้ายๆ ของโลก โดยเฉพาะอันดับสุดท้ายของอาเซียน และคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่ไทยจะมีระบบความปลอดภัยด้อยกว่าเมียนมาและกัมพูชา
ขณะเดียวกัน กระทรวงได้ประสานความร่วมมือกับ 8 หน่วยงานภายใต้คณะอนุกรรมการพัฒนาความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว เช่น กระทรวงพาณิชย์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อวางกรอบการพัฒนาความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว รวมถึงสร้างมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินนักท่องเที่ยว หลังจากที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุทางทะเลกับนักท่องเที่ยวหลายครั้งติดต่อกัน
ปีที่ผ่านมา กระทรวงได้เก็บสถิตินักท่องเที่ยวเสียชีวิต พบว่า นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 83 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2557 เฉลี่ย 54% แบ่งเป็น ทางถนน 34 ราย ทางน้ำ 9 ราย โรคประจำตัว 6 ราย ฆ่าตัวตาย 4 ราย อื่นๆ เช่น พลัดตกตึก อีก 30 ราย ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวบาดเจ็บปีที่ผ่านมา 166 ราย ลดลง 60% แบ่งเป็น ทางถนน 109 ราย ถูกทำร้ายร่างกาย 17 ราย ละเมิดทางเพศ 7 ราย ทางน้ำ 2 ราย อื่นๆ เช่น แมงกะพรุน 31 ราย และไม่รวมกับการบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่ราชประสงค์อีก 39 ราย
เบื้องต้นได้นำร่องการแก้ไขปัญหาใน 2 ส่วน ได้แก่ 1.อุบัติเหตุทางบก กลุ่มจังหวัดล้านนา พื้นที่ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และ 2.อุบัติเหตุทางทะเล กลุ่มพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน พื้นที่ จ.กระบี่ ทั้งหมด โดยประสานความร่วมมือกับ ผวจ.เชียงใหม่และกระบี่ เป็นหัวหน้าทีมการทำงานในจังหวัดตัวเอง รวบรวมรายละเอียดปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ช่องว่างทางกฎหมายที่จะครอบคลุมอำนาจการบริหารจัดการในแต่ละภาคส่วน เช่น การจัดโซนนิ่งการวิ่งเรือ การจัดโซนนิ่งดำน้ำ ใบอนุญาตประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ ตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า พร้อมรวบรวมแนวทางทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) จัดทำแผนงานในลำดับต่อไป
“ในความเห็นส่วนตัวประเทศไทยมีความปลอดภัยแพ้เมียนมา กัมพูชา ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ คณะอนุกรรมการฯ จะเร่งรวบรวมปัญหา พร้อมนำร่องโมเดลการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เร่งยกระดับการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวดีที่สุดในอาเซียนภายในปีนี้” พงษ์ภาณุ กล่าว
แนวทางการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวนับจากนี้ จะบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัดมากขึ้น เช่น ผู้คุมเรือ ธุรกิจดำน้ำ อุปกรณ์การให้บริการมีมาตรฐานที่ดีหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครรู้ถึงข้อเท็จจริงว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรือคืออะไร เพราะมีการเติบโตที่รวดเร็ว ทำให้การเช็กจำนวนธุรกิจไม่สอดคล้องกับจำนวนที่เปิดให้บริการอย่างแท้จริง
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ บอกอีกว่า ต้องสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านสินค้าและบริการการท่องเที่ยว โดยร่วมมือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น แท็กซี่สุวรรณภูมิ ทาง ทอท.ได้เร่งกวดขันจัดโครงการอบรมแท็กซี่ เพื่อป้องกันการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว
ด้านแหล่งข่าวความมั่นคง เปิดเผยว่า เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ได้นำเรื่องการปฏิรูปทางการเมืองของไทยเป็นหลักเกณฑ์จัดอันดับด้านความปลอดภัย ส่งผลให้ไทยติดอันดับท้ายๆ เนื่องจากบริษัททัวร์ขนาดใหญ่ในโลกเสรี เช่น แถบอเมริกา ยุโรป ไม่รับทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย ทั้งๆ ที่รายละเอียดบางข้อไทยมีศักยภาพดูแลรักษาความปลอดภัยที่ดีและทำได้ดีกว่าประเทศอื่นในอาเซียน วัดได้จากสถิติการเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยวในปี 2558 ลดลง และจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้มากขึ้นกว่าปี 2557
ความพยายามเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ส่วนหนึ่งต้องเร่งปลุกจิตสำนึกให้คนไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยว ส่วนผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อทำให้ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีในทุกมิติ







