
สส.พม่าหาทางยกซูจีเป็นผู้นำ
คาดเอ็นแอลดีวางแผนระงับกฎหมาย หวังยกซูจีเป็นประธานาธิบดี
คาดเอ็นแอลดีวางแผนระงับกฎหมาย หวังยกซูจีเป็นประธานาธิบดี
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ออกคำสั่งไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคออกจากกรุงเนย์ปิดอว์ เมียนมา ก่อให้เกิดความคาดหวังจากหลายฝ่ายในการแก้รัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ อองซานซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี สามารถรับตำแหน่งประธานาธิบดีได้
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเอ็นแอลดี 8 ราย ระบุว่า ได้รับคำสั่งจากผู้นำระดับสูงของพรรคและคณะกรรมาธิการบริหารส่วนกลาง (ซีอีซี) อีก 15 ราย ให้อยู่ในกรุงเนย์ปิดอว์จนสิ้นสุดสัปดาห์หน้า โดยจะมีการออกกฎหมายฉุกเฉินหรือมีประเด็นสำคัญเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ขณะที่พรรคเอ็นแอลดีเริ่มเข้าประชุมสภาตลอดทั้งสัปดาห์นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรรายหนึ่ง ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวทำให้บรรดาสมาชิกพรรคคาดการณ์ว่าทางพรรคระงับกฎหมายมาตรา 59 เป็นการชั่วคราว โดยมาตราดังกล่าวเป็นเงื่อนไขห้ามไม่ให้อองซานซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี เป็นประธานาธิบดี แม้ว่าพรรคเอ็นแอลดีจะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. 2015 ที่ผ่านมา
สำหรับวิธีการดังกล่าวทำให้รัฐสภาไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนในสภาเกิน 75% ขณะที่ในปัจจุบันมีทหารครองที่นั่งอยู่ในสภา 25% ซึ่งกลุ่มทหารอาจใช้สิทธิยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ด้านสมาชิกอาวุโสของพรรคเอ็นแอลดีปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในกรณีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เยทุต รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศและโฆษกของประธานาธิบดี เต็งเส่ง แห่งเมียนมา ระบุว่า การระงับกฎหมายในรัฐธรรมนูญ แม้จะเป็นการชั่วคราว จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเมียนมาอยู่ในระหว่างการประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน ซึ่งในภาวะดังกล่าวอำนาจฝ่ายบริหารจะถูกควบคุมโดยหัวหน้ากองทัพ และการ กระทำดังกล่าวของพรรคเอ็นแอลดีจะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีในการปกครองระบอบประชาธิปไตยต่อไป
ด้าน อองซานซูจี แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในการเข้าประชุมสภา ว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะตั้งรัฐบาลและอาจจะเปิดเผยการตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีในเดือนหน้า ขณะที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนรอและพยายามลดความตึงเครียดในกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในเมียนมา
ก่อนหน้านี้ อองซานซูจี ระบุว่า จะอยู่ในสถานะเหนือประธานาธิบดี ซึ่งทำให้หลายฝ่ายคาดว่าอองซานซูจีจะปกครองเบื้องหลังประธานาธิบดีตัวแทน หลังเกิดการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอย่างสมบูรณ์ในปลายเดือน มี.ค.นี้
ทั้งนี้ กฎหมายมาตรา 59 ร่างรัฐธรรมนูญปี 2008 ซึ่งออกโดยรัฐบาลทหารก่อนที่จะถ่ายโอนอำนาจในเป็นรัฐสภากึ่งทหารกึ่งพลเรือนในปี 2011 ห้ามไม่ให้ชาวเมียนมาที่แต่งงานหรือมีบุตรเป็นชาวต่างชาติดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี







