
จีนปูทางเปิดเสรีการเงิน ตั้งเป้าจีดีพีที่ 6.5-7%
ธนาคารกลางจีน เตรียมผ่อนคลายกฎระเบียบสำหรับนักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้าและออกนอกประเทศได้ ส่งสัญญาณถึงการเปิดเสรีตลาดการเงินในอนาคต
โดย..ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ระบุ พีบีโอซีเตรียมผ่อนคลายกฎระเบียบสำหรับนักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้าและออกนอกประเทศได้ ส่งสัญญาณถึงการเปิดเสรีตลาดการเงินในอนาคต
กฎระเบียบดังกล่าวจะเปิดโอกาสสำหรับโครงการนักลงทุนต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสม (คิวเอฟไอไอ) ลงทุนหรือถอนการลงทุนได้อย่างมีอิสระมากขึ้น และจะผ่อนคลายระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของคิวเอฟไอไอ แต่พีบีโอซีจะเข้มงวดกฎระเบียบสำหรับนักลงทุนในประเทศที่ต้องการไปลงทุนต่างประเทศ
แหล่งข่าวระบุว่า ความผันผวนในตลาดหุ้นและค่าเงินหยวนของจีนไม่ได้ทำให้แผนการเปิดเสรีตลาดทุนของพีบีโอซีหยุดชะงัก
อเล็กซ์ วูลฟ์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านประเทศตลาดเกิดใหม่ของสแตนดาร์ด ไลฟ์ อินเวสเมนท์ บริษัทจัดการหลักทรัพย์ในอังกฤษ ระบุ การลดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ได้ชะลอการเกิดทุนไหลออกได้อย่างแท้จริง แต่ท่าทีดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่า พีบีโอซีจะยังสามารถดำเนินมาตรการตามแผนการปฏิรูปได้ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันในหลายๆ ด้าน
อย่างไรก็ดี บลูมเบิร์ก ระบุว่า มาตรการผ่อนคลายกฎระเบียบดังกล่าวขัดแย้งกับความพยายามก่อนหน้าของพีบีโอซี ในการเข้มงวดการเคลื่อนย้ายเงินทุนผ่านบริษัทประกันในฮ่องกง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัว และเงินหยวนอ่อนค่าซึ่งนำไปสู่ภาวะเงินทุนไหลออก โดยในปี 2015 เกิดเงินทุนไหลออกจากจีนกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 35.83 ล้านล้านบาท)
ตั้งเป้าจีดีพีที่ 6.5-7%
ซูเฉาฉี ประธานคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (เอ็นดีอาร์ซี) ตั้งเป้าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2016 ที่ 6.5-7% ขยายตัวช้ากว่าปีก่อนหน้าที่ 6.9% โดยแรงกดดันขาลงต่อภาวะเศรษฐกิจถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในช่วงไตรมาสแรก
ด้าน จอห์น จู นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเอชเอสบีซี คาดเศรษฐกิจจีนปี 2016 และ 2017 จะขยายตัวที่ 6.7% เนื่องจากการค้าโลกที่ชะลอตัว และการลงทุนในประเทศที่ปรับตัวลง โดยกังวลปัญหาเงินฝืดของจีน และคาดว่าจีนจะยังใช้นโยบายผ่อนตลายต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะเงินฝืดจากภาวะหนี้สิน ซึ่งจีนจะยังสามารถดำเนินนโยบายการเงินและการคลังผ่อนคลายได้อีก
ขณะเดียวกัน หลูเล่ย หัวหน้านักวิจัยของธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนจะยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่อง รวมถึงอาจเผชิญกับปัญหาแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืดที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงจากความผันผวนในภาค การเงินของประเทศ ซึ่งจะส่งผล กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของจีนได้
นอกจากนี้ หลูเล่ยยังแนะให้รัฐบาลออกมาตรการทางเศรษฐกิจในปี 2016 เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในตลาดทุนและตลาดเงิน รวมถึงค่าเงินหยวนด้วย







