
กูรูคาดน้ำมันขึ้น50% ได้เห็นแน่สิ้นปี2016
ราคาน้ำมันยังคงผันผวน โดยปรับลดลงจากราว 33 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาเหลือราว 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอีกครั้ง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ราคาน้ำมันยังคงผันผวน โดยปรับลดลงจากราว 33 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาเหลือราว 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอีกครั้ง โดยน้ำมันดิบตลาดไนเมกซ์ของสหรัฐอยู่ที่ 30.25 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเวลา 15.52 น. ตามเวลาท้องถิ่นไทย หลังร่วงไปแตะ 29 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่เบรนต์ยังคงอยู่ที่ 33.09 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์พบว่า ราคาน้ำมันอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 15 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ภายในสิ้นปี 2016 นี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าน้ำมันดิบตลาดไนเมกซ์จะอยู่ที่ 46 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และเบรนต์ที่ 48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจ ชื่อดังของสหรัฐ เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นนี้ เกิดจากการปรับลดการผลิตของ ผู้ผลิตน้ำมันหินดินดาน (เชลออยล์) ของสหรัฐ โดยด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของ สหรัฐ (อีไอเอ) ระบุว่า จะปรับลงราว 6.2 แสนบาร์เรล/วัน ในช่วงไตรมาส 4 หรือคิดเป็น 7% จากช่วงไตรมาสแรก
บริษัทน้ำมันเผชิญหั่นเครดิต
ท่ามกลางราคาน้ำมันถูก บริษัทน้ำมันจึงย่ำแย่กันไปตามๆ กัน โดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของสหรัฐ ปรับลดความน่าเชื่อถือของเชฟรอน คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก จาก AA เป็น AA- และเฮซส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตน้ำมันจากสหรัฐ จาก BBB เป็น BBB-
นอกจากนี้ เอสแอนด์พียังลดอันดับความน่าเชื่อถือของ คอนติ เนนทัล รีซอร์ส ผู้ผลิตเชลออยล์ในสหรัฐ ลงเหลือระดับจังก์อีกด้วย ในขณะที่ปรับมุมมองสำหรับความน่าเชื่อถือของเอ็กซอนเป็นมุมมองลบ โดยเอ็กซอนได้รับอันดับ ความน่าเชื่อถือสูงสุดมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 1930 และถ้าเกิด การปรับลดความน่าเชื่อถือตาม มาจริง จะกลายเป็นครั้งแรกที่ เอ็กซอนถูกลดอันดับความน่า เชื่อถือ
ก่อนหน้านี้ เอสแอนด์พีได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของบีเอชพีลงจาก A+ เป็น A และเชลล์ จาก A+ ในขณะที่ บีพี ผู้ผลิตน้ำมันจากอังกฤษ ประกาศปี 2015 ขาดทุน 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.31 แสนล้านบาท) มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์
เตือนประเทศล้มละลาย
คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า มีบางประเทศที่มีความคล้ายคลึงกับไนจีเรีย ซึ่งน้ำมันเป็นสินค้า ส่งออกถึง 90% ขณะที่ 60% ของรายได้รัฐเกี่ยวข้องกับน้ำมัน กำลังจะประสบปัญหาจนไอเอ็มเอฟจะต้องให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉิน
"ประเทศเหล่านั้นคือประเทศที่กำลังเผชิญหน้าความลำบากที่แท้จริง" ลาการ์ด กล่าว
ไอเอ็มเอฟกำลังพิจารณา ให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ไนจีเรีย ซึ่งเมื่อรวมกับองค์กรอื่นแล้ว มูลค่าเงินช่วยเหลืออาจสูงถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ในขณะที่ไอเอ็มเอฟ กำลังพิจารณาให้เงินช่วยเหลือ อาเซอร์ไบจาน 4,000 ล้าน เหรียญสหรัฐ (ราว 1.42 แสน ล้านบาท)
อมริทตา เซน หัวหน้านักวิเคราะห์น้ำมันเอนเนอร์จี แอสเปกส์ ที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า ประเทศต่อไปที่จะต้องขอความช่วยเหลือนานาชาติอาจจะเป็นเวเนซุเอลาที่กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจแล้ว และแองโกลา หรือแม้กระทั่งแอลจีเรียกับอิรักก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน







